The Hunger Games: Mockingjay Part 2 (2015)

 photo 1447806831348_zpsgfq5kkyb.jpg

หลังจาก พีต้า (จอช ฮัทเชอร์สัน) ได้รับการช่วยเหลือออกมา แคทนิส (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ก็แทบใจสลายเมื่อรู้ว่าพีต้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เมื่อเขาถูกประธานธิปดีสโนว์ (คีเฟอร์ ซุทเธอร์แลนด์) ล้างสมองด้วยพิษตัวต่อ และพีต้าเกือบลงมือฆ่าแคนนิส อย่างไรก็ดี แผนการปฏิวัติก็ยังคงดำเนินต่อไป ระหว่างการบุกเข้าแคปปิตอล ของแคทนิส โดยมี เกล (เลียม เฮมส์เวิร์ธ) และคนอื่นๆ รวมเดินทางไปด้วย แม้จะเกิดการสูญเสียจากการเสียสละชีวิตของคนหลายคน เพื่อให้แคทนิสได้ไปต่อในการโค่นล้มสโนว์ แต่หลังจากเกิดการทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น ทำให้แคทนิสต้องปวดร้าวเมื่อต้องเห็นเด็กๆ และผู้คนจำนวนมากเสียชีวิต เมื่อสโนว์ถูกจับและถูกพิพากษาลงโทษโดยการประหาร แคทนิสก็ได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วจุดจบของสโนว์ไม่ใช่จุดจบของเรื่องราวทั้งหมด แต่มันกลับกลายเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของเกมส์ล่าเกมส์ ทำให้แคทนิสต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อให้วงจรอุบาทว์นี้หมดลงพร้อมกับสโนว์

The Hunger Games: Mockingjay Part 2 ภาคจบของภาพยนตร์แนวแฟนตาซีที่สร้างจากนิยายไตรภาคขายดีชื่อเดียวกับของ ซูซาน คอลลินส์ ผลงานกำกับโดย ฟรานซิส ลอว์เรนซ์ (Constantine, I Am Legend, The Hunger Games: Catching Fire และ The Hunger Games: Mockingjay Part 1) ที่ได้ปีเตอร์ เคร็ก (The Town และ Lee Daniels’ The Butler) และ แดนนี่ สตรอง (Lee Daniels’ The Butler และ The Hunger Games: Mockingjay Part 1) มารับหน้าที่เขียนบทภาพยนตร์

The Hunger Games: Mockingjay Part 2 แม้จะมีการดำเนินเรื่องราวต่อเนื่องจาก The Hunger Games: Mockingjay Part 1 ที่ออกฉายไปเมื่อปี 2014 แต่กระนั้นสำหรับ The Hunger Games: Mockingjay Part 2 ความรู้สึกต่อเนื่องและความเข้มข้นดูน้อยลงกว่าเดิมมาก และด้วยการเนื้อเรื่องใน The Hunger Games: Mockingjay Part 2 ค่อนข้างเบาบาง ทำให้เหมือนเนื้อเรื่องไม่ดำเนินไปไหนมากกว่าการพยายามสังหารสโนว์ของแคทนิส การที่ The Hunger Games: Mockingjay Part 2 เน้นในส่วนแอ็คชั่นมากกว่าบทและเรื่องราวเหมือนอย่าง The Hunger Games: Mockingjay Part 1 ทำให้ The Hunger Games: Mockingjay Part 2 ค่อนข้างน่าเบื่อในบางช่วงและขาดพลัง อีกทั้งตัวละครต่างๆ เหมือนมาทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จสิ้นในภาคสุดท้าย แม้ว่าเนื้อหาที่แฝงไว้ในส่วนการเมืองจะค่อนข้างชัดเจนแต่ก็ขาดพลังไปอย่างน่าเสียดาย รวมถึงฉากไคลแม็กซ์ ที่ทำออกมาอย่างไม่เซอร์ไพรส์ และดูการชั้นเชิง ทำให้บทสรุปของ The Hunger Games ดูค่อนข้างน่าผิดหวังสำหรับแฟนภาพยนตร์และแฟนนวนิยายไปโดยปริยาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s