The Monkey King (2014)

 photo 7monkeyking05_600_600x450_ff15daa218_zps1fe592eb.jpg

ตั้งแต่ยุคเริ่มแรก โลกเรามีการดำรงอยู่ของสามเผ่าพันธุ์ มนุษย์ เทพและปีศาจ ด้วยอำนาจที่มีอยู่จำกัด มนุษย์จึงใช้ชีวิตอยู่ได้บนโลกมนุษย์เท่านั้น ในขณะที่เทพเจ้าและปีศาจได้สู้รบกันเพื่อครองสรวงสวรรค์ นำมาสู่การทำสงครามกันหลายต่อหลายครั้ง ระหว่างสงครามครั้งหนึ่ง เผ่าพันธุ์ปีศาจนำโดย ปีศาจกระทิง (กัวฟู่เฉิง) ได้ถูก เง๊กเซียนฮ่องเต้ (โจวเหวินฟะ) ปราบและถูกเนรเทศออกจากสวรรค์ ทำให้พวกปีศาจต้องเร้นกาย และต้องทนต่อความอับอายขายหน้าและการเสื่อมเสียเกียรติ เจ้าแม่หนี่วาผู้สร้างสรรค์โลกได้ใช้หินวิเศษซ่อมกำแพงสวรรค์ แล้วหินก้อนหนึ่งได้พลัดตกลงมาบนโลก และร่วงลงมาบนภูเขาฮัวกั่ว หินวิเศษก้อนนั้นได้ซึมซับพลังแห่งสวรรค์และโลกมนุษย์ รวมถึงแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งสุริยันจันทรา สิ่งมีชีวิตวิเศษได้ถูกหล่อเลี้ยงขึ้นมาภายในหินวิเศษ และลิงตัวหนึ่งก็ได้โผล่ออกมาจากหิน สุโพธิเถระ (ไห่อี้เทียน) ได้รับบัญชาจาก เจ้าแม่กวนอิม (เฉินฮุ่ยหลิน) ให้มาเป็นผู้อบรมเจ้าลิงตัวนี้ เทพสุโพธิเถระจึงเดินทางมาพบกับลิงตัวนี้ และพากลับไปยังถ้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อสั่งสอนวิชาต่างๆ ให้ และตั้งชื่อเขาว่า ซุนหงอคง (เจิ้นจื่อตัน) หลังจากเรียนสำเร็จ หงอคงกลับไปยังภูเขาฮัวกั่วซันและใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบท่ามกลางฝูงลิงในถ้ำสุ่ยเหลียนต้ง ก่อนจะประกาศตนเป็นพญาวานร อีกด้านหนึ่งปีศาจกระทิงซึ่งรอคอยการแก้แค้นและยึดสรวงสวรรค์อีกครั้ง รับรู้การกำเนิดของซุนหงอคงซึ่งอยู่ในคำตำนานว่าจะเป็นผู้ทำลายกำแพงสวรรค์ ปีศาจกระทิงจึงให้หลอกให้ จิ้งจองเก้าหาง (เซียซีถง) เพื่อนสนิทในวัยเยาว์ของซุนหงอคงเป็นเครื่องมือ อีกทั้งยังหลอกใช้ เทพ 3 ตา หรือ เทพเอ้อหลาง (เหอรุ่นตง) ที่มักใหญ่ใฝ่สูง เป็นเครื่องมืออีกทาง และเมื่อทุกอย่างพร้อม สงครามระหว่างสวรรค์และปีศาจก็บังเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยคราวนี้มีซุนหงอคงอยู่ตรงกลางระหว่างสงครามที่บังเกิดขึ้น

The Monkey King ภาพยนตร์แอ็คชั่นแฟนตาซีฟอร์มยักษ์ด้วยทุนสร้างกว่า 2 พันล้านบาท เป็นการนำเอาการหยิบเอาวรรณกรรมคลาสสิคของจีนอย่าง ไซอิ๋ว มาขึ้นจออีกครั้งในรูปแบบ 3 มิติ พร้อมสเปเชียลเอฟเฟกต์อลังการ ผลงานการกำกับของ เจิ้งเปียวชุ่ย

The Monkey King มีการดัดแปลงให้แตกต่างจากต้นฉบับพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการกำเนิดของราชาวานรอย่างซุนหงอคง ความสัมพันธ์ระหว่างปีศาจกระทิงและเจ้าหญิงพัดเหล็ก (รับบทโดย โจ เชน) รวมถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่เราๆ คุ้นเคยกันในตอนที่มีการทำเป็นซีรีส์ฉายทางโทรทัศน์ เจิ้นจื่อตัน หรือที่รู้จักกันดีในนาม ดอนนี่ หยวน เล่นเป็นราชาวานรได้เป็นอย่างดีทีเดียว แต่ที่ขโมยซีนก็คงจะหนีไม่พ้นรุ่นใหญ่อย่าง โจวเหวินฟะ ในบทเง็กเซียนฮ่องเต้ ที่มาในมาดนิ่งๆ แต่แผ่รัศมีดาราคับจอเลยทีเดียว การดำเนินเรื่องอาจจะดูยืดยื้อในบางตอน และตัวละครที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินเรื่องที่ใส่มาให้รก เทคนิคพิเศษบางฉากดูเป็น CG เกิน แม้จะดูสวยแต่ก็ยังไม่เนียนเท่าไหร่นัก ในตอนท้ายมีการทิ้งท้ายไว้สำหรับทำภาคต่อในอนาคตอีกด้วย ซึ่งคงต้องรอดูกันว่าทีมงานจะสร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบใด ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ให้ความบันเทิงได้ดีในระดับหนึ่ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s