The Hunger Games: Catching Fire (2013)

 photo 1254989081_n_zpse1e19e76.jpg

หลังจากกลายเป็นผู้ชนะใน The Hunger Games ครั้งที่ 74 แคตนิส เอเวอร์ดีน (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) และ พีต้า เมลลาร์ก (จอซ ฮัทเซอร์สัน) ตัวแทนของเขต 12 ก็ออกเดินสายพบปะประชาชนในเขตปกครองอื่นทันที แคตนิสภาวนาให้ภารกิจนี้จบลงไวๆ เพื่อเธอจะได้กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมกับ แม่ และ พริม (วิลโลว์ ซิลด์) ขณะเดียวกันแคตนิสก็มีปัญหารักสามเศร้าระหว่างเธอ พีต้า และ เกล (เลียม เฮมสเวิร์ธ) เพื่อนรักสมัยเด็กๆ อย่างไรก็ตามพฤติกรรมของเธอสร้างความไม่พอใจให้กับประธานธิบดีสโนว์ (โดนัลด์ ชุทเธอร์แลนด์) และมองว่าเธอคือตัวอันตรายที่จะก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องกับเขตปกครองอื่นๆ และเมื่อมีการประกาศ The Hunger Games ครั้งที่ 75 ซึ่งมีการจัดยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพราะมันคือการแข่งขันแบบ Quarter Quell ที่จะมีการจัดขึ้นทุกๆ 25 ปี โดยในครั้งนี้มีกฏออกมาใหม่ให้ผู้พิชิตจากเขตต่างๆ ในการแข่งขันครั้งก่อนๆ เป็นผู้เข้าร่วมการแข่งขันแบบไม่มีการจำกัดอายุ แคตนิสและพีต้าจึงไม่มีทางเลือกนอกจากเดินเข้าสู่เกมล่าชีวิตอันแสนอันตรายอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเธอต้องเจอกับ ฟินนิค (แซม คลาฟลิน) ตัวแทนจากเขต 4 และโจฮันนา เมสัน (จีน่า มาโลน) ตัวแทนจากเขต 7 แต่เมื่อถึงเวลาคับขัน แคตนิสก็รู้ว่าใครคือศัตรูที่แท้จริง

The Hunger Games: Catching Fire ภาคต่อของภาพยนตร์แฟนตาซีผจญภัยสุดฮิต The Hunger Games (ทำเงินทั่วโลก 690 ล้านเหรียญ) ที่ออกฉายในปี 2012 โดยใน Catching Fire มีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับ แกร์รี่ รอส (Pleasantville และ Seabiscuit) มาเป็น ฟรานซิส ลอว์เรนซ์ (Constantine, I Am Legend และ Water for Elephants) โดยในภาคนี้ได้ ไซม่อน บิวฟอยด์ (The Full Monty, Slumdog Millionaire, 127 Hours และ Salmom Fishing in the Yemen) และ ไมเคิล ฮาร์น (Little Miss Sunshine, Toy Story 3, Brave และ Oblivion) โดยดัดแปลงมาจากนิยายเล่มสองในชื่อเดียวกันของ ซูซานน์ คอลลินส์

The Hunger Games: Catching Fire ยังคงนำเสนอให้เห็นถึงการถูกกดขี่ข่มเหงของบรรดาเขตปกครองทั้ง 12 รวมถึงการจิกกัดสังคมทุนนิยม ความอู้ฟู่และหรูหรา รวมถึงความไร้สาระของประชาชนในแคปปิตอล ในภาคนี้เอานำข้อด้อยของภาคแรก ทั้งการดำเนินเรื่องที่เนิบช้า และบทที่ไม่ค่อยลงตัว มาแก้ไข ทำให้ Catching Fire มีการดำเนินเรื่องที่รวดเร็ว กระชับ และฉับไว งานเทคนิคพิเศษที่เนียนขึ้น รวมถึงมีภาพแอ็คชั่นที่เยอะกว่าในภาคแรก (แน่นอนว่าทุนสร้างคือเหตุผลสำคัญ) อย่างไรก็ตามสิ่งที่ขาดหายไปก็คือ พัฒนาการและความสัมพันธ์ของตัวละครทั้ง แคตนิส พีต้า และ เกล ที่ดูจะไม่ค่อยเน้นหนักและเพิ่มเข้ามามากเท่าไหร่ โดยเฉพาะ เกล (รับบทโดย เลียม เฮมสเวิร์ธ) ที่ดูจะไม่มีบทบาทสลักสำคัญอะไร (แต่ในนิยายเกลเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้แคตนิสอยากให้พีต้ามีชีวิตรอด) รวมถึงอารมณ์ดราม่าที่ดูน้อยลง ฉากที่ควรดึงอารมณ์แต่กลับนำเสนอออกมาง่ายดายและตัดจบอย่างรวดเร็ว ทำให้ Catching Fire เกือบเป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่สมบูรณ์และดีกว่าภาคแรก หากผู้กำกับจะดึงอารมณ์และเน้นความสัมพันธ์ของตัวละครให้มากขึ้นกว่านี้สักนิด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s