Django Unchained (2012)

 photo Django-Unchained-010_zps26db156b.jpg

จังโก้ (เจมมี่ ฟอกซ์) ทาสรับใช้ที่มีโอกาสผันตัวมาเป็นนักล่าค่าหัว หลังจากได้รับการช่วยเหลือจากนักล่าค่าหัวชาวเยอรมัน ดร คิงส์ ซูลส์ (คริสตอฟ วอลต์ซ) ที่ปลดปล่อยเขาจากการตกเป็นทาสมาอย่างยาวนาน เพื่อมาช่วยทำภารกิจให้ หลังจากจังโก้ทำงานให้ซูลส์ลุล่วงแล้ว เขาพบว่าภรรยาของเขาได้ตกไปเป็นทาสเจ้าของไร่ผู้เหี้ยมโหดอย่าง เคลฟวิน แคนดี้ (ลีโอนาร์โด ดิคาร์ปิโอ) การสำรวจบริเวณไร่ภายใต้ข้ออ้างปลอมๆ ทำให้จังโกและชูลซ์ไปปลุกเร้าความสงสัยของสตีเฟน (ซามวล แอล. แจ็คสัน) ทาสที่ได้รับความไว้วางใจจากแคนดี้ การเคลื่อนไหวของพวกเขาถูกจับตามองและองค์กรร้ายก็รุกคืบโอบล้อมพวกเขาไว้ ถ้าจังโก้และชูลซ์จะหนีไปพร้อมกับบรูมฮิลดาให้ได้ล่ะก็ พวกเขาจะต้องเลือกระหว่างความเป็นตัวของตัวเองและความสามัคคี ระหว่างการเสียสละและการเอาตัวรอด

Django Unchained ภาพยนตร์แอ็คชั่นเลือดสาดผลงานล่าสุดของผู้กำกับผู้มีเอกลักษณ์และสไตล์ที่ไม่ซ้ำใครอย่าง เควติน ตารันติโน่ ที่ยังคงทำหน้าที่ในการเขียนบทภาพยนตร์เช่นเดียวกับผลงานก่อนหน้าหลายๆ เรื่อง (Inglorious Basterds, Grindhouse: Death Proof, Kill Bill Vol. 1-2, Jackie Brown, Four Rooms: The Man from Hollywood, Pulp Fiction และ Reservoir Dogs)

Django Unchained เป็นภาพยนตร์แนวคาวบอยตะวันตก ที่เควตินทำออกมาเพื่อเป็นการคาราวะภาพยนตร์คาวบอยในยุค 70-80 โดยเฉพาะภาพยนตร์สปาเก็ตตี้คาวบอยคลาสสิคอย่าง Django ในปี 1966 มาเป็นแรงบันดาลใจ (นักแสดงนำ ฟรังโก เนโร มาเป็นนักแสดงรับเชิญด้วย) โดยนำเอาสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองใส่เข้าไปในทุกอณูของภาพยนตร์ โดยเฉพาะการเชือดเฉือนด้วยบทสนทนา และภาพความรุนแรงประเภทถึงลูกถึงคน Django Unchained ว่าด้วยการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของชายผิวดำและคู่รัก ที่ต้องตกอยู่ภายใต้การกดขี่ของชนผิวขาวที่เรียกตนเองว่า ผู้มีอารยะและความศรีวิไลทางสังคมและชนชั้น

จุดเด่นในภาพยนตร์ของเควตินก็คือ การที่ภาพยนตร์ของเขาอุดมไปด้วยนักแสดงมากหน้าหลายตา ทั้งเก่าและใหม่ ซึ่ง Django Unchained มีทัพนักแสดงตบเท้ามารับบทที่เด่นบ้างไม่เด่นบ้างอยู่มากมาย แต่ที่น่าจะเรียกได้ว่า ขโมยซีน ก็คงจะเป็น คริสตอฟ วอลต์ซ (Epic, The Three Musketeers, Water for Elephants, The Green Hornet และ Inglourious Basterds) ในบท ดร คิงส์ ซูลส์ ที่ดูมีเสน่ห์และเด่นชนิดที่บี้ ลิโอนาร์โด ในบทของ เคลฟวิน แคนดี้ แทบดับคาจอในฉากที่ต้องเผชิญหน้ากัน นอกจาก Django Unchained จะมีบทภาพยนตร์ที่ดี และทีมนักแสดงแล้ว งานด้านโปรดักค์ชั่นก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการเนรมิตฉากเมืองแดนตะวันตก งานด้านเทคนิคพิเศษ และงานด้านภาพ แต่ที่น่าขันซึ่งไม่รู้ว่าเป็นอารมณ์ขันส่วนตัวของผู้กำกับหรือไม่ ก็คือ การที่ให้ชาวเยอรมนีที่เคยเหยียดผิวและรังเกียจชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาเป็นผู้ปลดปล่อยความเป็นอิสระให้กับทาสผิวดำ จากกลุ่มผิวขาวชาวอเมริกันที่ชอบเรียกร้องสิทธิมนุษยชนในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s