Taegukgi (2004/ 2012)

Photobucket

ภายหลังการประกาศอิสรภาพ ประเทศเกาหลีใต้เต็มเปี่ยมไป้วยความหวังในอนาคตที่ดีขึ้น ครอบครัวของจินเท (จอง ดอง กัน) และ จินซุก (วอน บิน) ก็เช่นกัน ทั้งสองอาศัยอยู่กับมารดา และยังชีพด้วยการเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวในตลาด จินเทมีคู่หมั่นชื่อ ยังชิน (ลี ยุน จู) ทั้งสองตกลงกันว่าจะแต่งงานกันหลังจากทุกอย่างดีขึ้น จินเทรับขัดรองเท้าเพื่อส่งเสียจิน ซุกให้เรียนมหาวิทยาลัย แม้ชีวิตจะยากแค้น แต่พวกเขาก็ทำงานนหนักเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น แต่เมื่อสงครามเกาหลีอุบัติขึ้น ทั้งสองต่างได้รับหมายเรียกให้ไปประจำการที่แนวรบในทันที ท่ามกลางดงกระสุนและระเบิด จินเททำทุกอย่างเพื่อปกป้องน้องชายคนเดียวให้มีชิวิตรอดกลับไปหาครอบครัวให้ได้ แม้จะต้องแลกกับความเจ็บปวดและชีวิตของเขาก็ตามที

Taegukgi เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของเกาหลีใต้ ภายใต้การกำกับและเขียนบทภาพยนตร์ของ กัง เจกิว (Shiri และ My Way) โดยกัง เจกิวตัดสินใจเริ่มเรื่องด้วยการให้จินซกในวัยชราได้รับแจ้งจากทีมนักโบราณคดีว่า ได้ขุดพบซากศพที่ในอดีตเคยเป็นสนามรบ และเหมือนว่ซากดังกล่าวจะเป็นของพี่ชาย ซึ่งหายสาบสูญระหว่างออกรบ เมื่อประมาณ 50 ปีก่อน จากนั้นหนังก็ตัดเข้าสู่เรื่องย้อนหลังไป หนังให้รายละเอียดและความประณีตในการงานสร้าง โดยเฉพาะฉากสงครามที่ทั้งดูหดหู่และโหดร้ายเป็นอย่างมาก โดยใช้บทของจินเทและจินซุกเปรียบเทียบเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ที่เคยอยู่ร่วมกันก่อนที่จะต้องมาฆ่าฟันกันเพราะความแตกต่างทางความคิด (จินเทไปอยู่ฝ่ายเกาหลีเหนือหลังจากเข้าใจผิดคิดว่าจินซุกตายในสนามรบ และเห็นคู่หมั้นของตนถูกทหารเกาหลีใต้ฆ่าตายเพียงเพราะเธอลงชื่อเข้าชมรมที่มีแนวคิดคอมมิวนิสต์ เพราะต้องการข้าวสารมาเลี้ยงแม่และน้องๆ ของจินเท) ในขณะที่จินซุกรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จินเทต้องเสี่ยงอันตรายและฆ่าคนตั้งมากมาย เพียงเพื่อที่จะให้จินซุกได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย

อาจจะเรียกได้ว่า Taegukgi เป็นหนังสงครามที่นอกจากจะไม่ได้เชิดชูวีรกรรมของทหารทั้งหลายแล้ว ยังเป็นเสมือนหนังต่อต้านสงครามอยู่กลายๆ ซะด้วยซ้ำ หนังมีฉากเรียกน้ำตาอยู่มากมาย แต่ฉากที่โดนจริงๆ คงเป็นฉากที่จินซุกในวัยชรา ร่ำไห้ต่อหน้าโครงกระดูกของพี่ชาย พร้อมกับตัดพ้อต่างๆ นาๆ ก่อนที่หนังจะตัดฉากไปยังตอนจบที่จินซุกเดินทางกลับมายังบ้าน พร้อมกับสภาพบ้านเมืองที่พังพินาศ โดยมีแม่ที่ยังคงขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในตลาดที่เดิม รอคอยการกลับมาของลูกชายทั้งสองอย่างมีความหวัง เหมือนผู้กำกับหวังไว้ว่าสักวันหนึ่ง เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จะกลับมาอยู่ร่วมกันสักวัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s