The Grey (2012)

Photobucket

หลังเหตุการณ์เครื่องบินตกเพราะสภาพอากาศแปรปรวน จอห์น ออตเวย์ (เลียม นีสัน) และผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ต่างพยายามหาทางติดต่อกับผู้อื่นเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อมองไปรอบๆ พวกเขาก็ต้องเผชิญกับความขาวโพลนของหิมะ ในสภาพที่ไร้เสียงผู้คน มีเพียงลมกรรโชกแรง ทางเดียวที่พวกเขาจะอยู่รอดก็คือ การพึ่งพากันและกัน ทั้งหมดตัดสินใจเดินทาง โดยมุ่งหน้าลงใต้ท่ามกลางพายุหิมะที่พัดกระหน่ำตลอดระยะเวลาในการเดินทาง ซ้ำร้ายเหล่าฝูงหมาป่าที่หิวกระหายพยายามคร่าชีวิตของเขาไปทีละคนสองคน ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า ออตเวย์ จึงเป็นเสมือนหัวหน้าผู้เป็นที่พึ่งสำหรับทุกๆ คน แต่ท่ามกลางพายุหิมะที่เริ่มพัดกระหน่ำรุนแรงขึ้น และคมเขี้ยวขาวโพลนที่มุ่งประสงค์ร้ายพวกเขา เหมือนว่าหนทางรอดชีวิตมีแต่ริบหรี่ลงทุกขณะ

The Grey เป็นผลงานกำกับของ โจ คาร์นาฮาน (Narc, Smokin’ Acesและ The A-Team) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยายเรื่องสั้น Ghost Walker ที่เขียนโดย เอียน แม็คเคนซีย์ เจฟเฟอร์ส โดยผู้กำกับ คาร์นาฮาน รับหน้าที่ดัดแปลงออกมาเป็นบทภาพยนตร์ และถือเป็นการร่วมงานครั้งที่สองระหว่าง คาร์นาฮาน และ เลียม นีสัน (Unknown, Taken, The Next Three Days, Clash of the Titans และ Batman Begins) หลังจากที่เคยร่วมงานกันมาแล้วจาก The A-Team

The Grey นำเสนอมุมมองของการเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่มนุษย์ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของธรรมชาติ ผ่านตัวละครทั้ง 7 ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตก หากใครคิดว่า The Grey จะมีความละม้ายคล้ายคลึงกับหนังฮิตปี 93 อย่างเรื่อง Alive เพราะใน The Grey เราจะพบกับความหดหู่ และความร้ายกาจของธรรมชาติที่มีพลังเหนือกว่ามนุษย์เรา หนังดำเนินเรื่องฉับไว (มีช่วงน่าเบื่อตอนกลางบ้างเล็กน้อย) ตัวละครแต่ละตัวมีภูมิหลังที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนมีแรงปรารถนาที่จะกลับไปหาครอบครัว บทหนักตกเป็นของลุงเลียมที่ต้องแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง แต่ภายในปวดร้าวกับเรื่องราวของชีวิตครอบครัวและภรรยา

The Grey สามารถสร้างอารมณ์สนุกให้กับคนดู โดยอาศัยสภาพแวดล้อมแบบปิดตาย ทั้งพายุหิมะที่รุนแรง หรือ ความมืดที่ปกคลุมอยู่โดยรอบ เป็นตัวกระตุ้นให้รู้สึกถึงความไม่น่าไว้วางใจ ด้านเทคนิคไม่ว่าจะเป็นฉากเครืองบินตก หรือเอฟเฟกต์ฝูงหมาป่า ก็สามารถสร้างอารมณ์ตื่นเต้นให้กับหนังได้เป็นอย่างดี หนังมีคุณสมบัติที่จะกลายเป็นหนังดราม่าเขย่าขวัญชั้นดีได้ หากหนังจะเจาะลึกลงไปสัญชาตญาณดิบของมนุษย์มากกว่านี้ แทนที่จะเลือกดำเนินเรื่องราวตามแบบฉบับหนังแนวนี้ หนังมาตีคืนได้ในตอนท้ายกับตอนจบที่ดูขัดใจหลายๆ คน แต่สำหรับผมโดยส่วนตัว ผมว่าการที่ คานาฮาน เลือกจบแบบนี้ดูจะลงตัวกว่า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s