The Lady (2012)

Photobucket

เรื่องราวของ อองซาน ซูจี (มิเชล โหย่ว) และสามีของเธอ ไมเคิล อาริส (ไมเคิล ลิวอิส) กับเรื่องราวการต่อสู้อย่างสงบของอองซาน ซูจี ผู้เป็นศูนย์กลางการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยของพม่า แม้ว่าจะถูกขวางกั้นด้วยระยะทาง การพรากจากกันเนิ่นนาน และการกดขี่ที่ทารุณ แต่ความรักของทั้งคู่ก็ยังคงทอแสงเรืองรองจนกระทั่งท้ายที่สุด เรื่องราวของความทุ่มเทและความเข้าใจของมนุษย์ ท่ามกลางฉากหลังของความวุ่นวายทางการเมือง ที่ยังคงคุกุร่นอยู่ในปัจจุบันนี้

The Lday เขียนบทโดย รีเบ็กก้า เฟรย์น ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาการได้สัมภาษณ์บุคคลสำคัญในกลุ่มผู้อยู่แวดล้อม อองซาน ซูจี ทำให้เธอสามารถเขียนเรื่องราวที่แท้จริงของวีรสตรีชาวพม่าคนนี้ออกมาได้เป็นครั้งแรก กำกับการแสดงโดยผู้กำกับชาวฝรั่งเศส ที่ถนัดทำหนังแนวแอคชั่นมันส์หยดอย่าง La Femme Nikita, Leon: The Professional และ The Fifth Elelment และนำแสดงโดย มิเซลล โหย่ว (The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor, Sunshine, Memoirs of Geisha และ Crouching Tiger, Hidden Dragon) รับบทเป็น อองซาน ซูจี

หนังเปิดด้วยความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและซูจีในวัยเด็ก พ่อผู้เล่าเรื่องราวของประเทศพม่าในวันที่ตนเองถูกลอบสังหาร จากนั้นหนังดำเนินเรื่องราวในปี 1999 เมื่อไมเคิลรู้ว่าตนเองป่วยหนัก จากนั้นหนังก็เริ่มย้อนกลับไปในช่วงปี 1988 ที่ซูจีต้องเดินทางกลับมายังพม่าเพื่อดูแลมารดาที่ป่วยหนัก และนั้นทำให้เธอเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่น้องร่วมชาติ ซึ่งหนังก็แสดงภาพการสังหารโหดและการทารุณกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เธอเข้าร่วมต่อสู้ทางการเมือง และหนังก็ดำเนินเหตุการณ์ต่อเนื่องจนมาบรรจบกับเหตุการณ์ในตอนแรก ซึ่งเป็นแนววิธีการดำเนินเรื่องของหนังแนวอัตชีวประวัติ ซึ่งนอกจากจะทำให้รับรู้เรื่องราวแบ็คกราวน์ดของตัวละครหลักและตัวละครสำคัญอื่นๆ แล้ว ยังเป็นการช่วยให้ผู้ชมเข้าใจและทราบถึงแรงผลักดันที่มีต่อการกระทำของตัวละครหลักอีกด้วย

จุดบกพร่องจุดเดียว แต่สำคัญต่อการดำเนินเรื่องราวของ The Lady ก็คือ การที่หนังไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงแรงผลักดันของตัวละครที่มากพอ อีกทั้งการดำเนินเรื่องราวแบบเส้นตรง ไร้การเร้าอารมณ์อย่างทีหนังแนวนี้ควรจะเป็น รวมถึงการซื่อตรงต่อประวัติศาสตร์มากจนเกินไป แม้มิเซลล โหย่ว และ ไมเคิล ลิวอิส จะฝากการแสดงยอดเยี่ยม และการแสดงได้เข้าขากันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ ลิวอิส ที่ขโมยความเด่นในบทสามีที่เข้าใจในการกระทำของภรรยา และพยายามช่วยเหลือและสนับสนุนเธออย่างเต็มที่ แต่การทีหนังโฟกัสในส่วนของความรักระหว่าง ซูจี และ ไมเคิล มากจนละเลยส่วนที่เป็นประเด็นการเมือง ทำให้ตอนจบของหนังขาดพลังและแห้งแล้งไปซะหน่อย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s