15ค่ำเดือน11 (2002)

Photobucket

เรื่องราวของบั้งไฟพญานาค มหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขง ที่เกิดขึ้นกับชีวิตคนไทยในอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ที่แห่งนี้ กลับมีสิ่งเร้นลับมหัศจรรย์ ที่เกิดขึ้นตรงกันทุกปี ในคืนวันออกพรรษา บั้งไฟพญานาค ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ กลายเป็นเรื่องที่โด่งดังไปทั่วโลก และยังไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ว่า บั้งไฟพญานาค เกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์หรือเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือเป็นพุทธบูชาของพญานาค จริงตามความเชื่อ และ ศรัทธาของชาวอีสาน ยังคงเป็นปริศนาที่ท้าทาย และรอคอยการพิสูจน์มาจนทุกวันนี้

เมื่อกลุ่มพระทางฝั่งประเทศลาว ที่ร่วมกันสร้างปฏิบัติการ บั้งไฟพญานาค ขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ที่คงเรียกได้ว่า เป็นความผิดโดยสุจริต เพื่อคงไว้ซึ่งศรัทธาในพุทธศาสนา เมื่อ คาน เด็กหนุ่มที่ หลวงพ่อโล่ชุบเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย เกิดปฏิเสธที่จะร่วมวงในปฏิบัติการในปีนี้ด้วยเหตุผลที่ว่าโลกที่แท้จริงภายนอกนั้น วิวัฒนาการมันก้าวไกลเกินกว่าที่จะมานั่งหลอกคนแบบนี้ได้ แต่โลกใบที่คานบอกมันเป็นคนละโลกกับโลกของหลวงพ่อ โลกที่ความศรัทธายังคงเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงให้ทุกชีวิตดำเนินต่อไป ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมิได้หยุดอยู่แค่ความคิดของคนต่างฝ่ายที่คิดเห็นไม่เหมือนกัน แต่มันยังลามไปถึงความขัดแย้งระหว่างขอบเขตของการทำสิ่งที่เชื่อว่าเป็นการทำความดีและการหลอกลวง

ผลงานการกำกับของ พี่เก้ง จิระ มะลิกุล (มหาลัยเมืองแร่) ผลงานการสร้างโดย หับ โห้ หิ่น ที่ได้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง จีเอ็มเอ็ม แกรมมี ช่วยจัดจำหน่ายและทำการตลาดให้ (ก่อนการรวมตัวเป็น GTH ที่มี ไท เอนเตอร์เท็นเมนต์ มาร่วมด้วย) ที่พูดถึงเรื่องราวความเชื่อของชาวท้องถิ่นในแถบอีสาน เกี่ยวกับปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ซึ่งเป็นการเรียกขานลูกไฟประหลาดสีชมพูจำนวนมากที่พวยพุ่งขึ้นจากลำน้ำโขง ในคืนวันออกพรรษาซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี โดยลูกไฟนั้นไม่มีกลิ่น ไม่มีเสียง พุ่งขึ้นสูงประมาณ 20-30 เมตร แล้วก็หายไป โดยไม่มีการโค้งลงมา เช่นเดียวกับไฟที่เกิดจากพลุทั่วไป และเกิดขึ้นเป็นจำนวนไม่แน่นอน ทำให้หนังได้รับการต่อต้านจากชาวหนองคาย เนื่องจากมีการบิดเบือนเรื่องราวของบั้งไฟพญานาค

หนังใช้แนวทางการนำเสนอกึ่งสารคดี โดยมีการสันนิษฐานการเกิดของบั้งไฟพญานาคในรูปแบบต่างๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อแต่โบราณทำนองว่าพญานาคเป็นผู้จุดบั้งไฟเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาต่อองคสัมนาสัมพุทธเจ้า หรือเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ หรืออาจจะเกิดจากน้ำมือของมนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นกุศลโลบายให้ผู้คนนับถือและศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่นับวันจะเริ่มเสื่อมถอยลง

หนังไม่ได้มีการตัดสินหรือชี้ให้เห็นว่า ปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาคนั้น แท้จริงแล้วเกิดจากอะไร แต่สิ่งที่หนังต้องการนำเสนอก็คือ ความขัดแย้งทางความคิดระหว่างความเชื่อแบบโบราณ และความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ โดยมีการนำเสนอในเชิงเปรียบเทียบโดยนัยตลอดทั้งเรื่อง รวมถึงการรุกคืบเข้ามาของระบบทุนนิยม ที่ทำให้งานประเพณีอันดีงามกลายเป็นธุรกิจไป และแม้ว่าหนังจะไม่มีบทสรุปที่แน่นอนก็ตามที แต่สิ่งหนึ่งที่หนังได้บอกเอาไว้ในตอนท้าย ในเนื้อหาของจดหมายที่หลวงพ่อโล่ได้เขียนถึงทุกคนก่อนที่ท่านจะมรณภาพไปนั้น หากคนเรามีความเชื่อและศรัทธาอันแรงกล้า ทุกสิ่งก็ย่อมเป็นไปได้ และชีวิตคนเรานั้นช่างแสนสั้น หากมีโอกาสก็จงรีบทำความดี ก่อนที่ชีวิตที่เคยสว่างไสวจะมอดดับไปเหมือนพลุนั้นเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s