Source Code (2011)

Photobucket

โคลเตอร์ สตีเว่นส์ (เจค จิลเลนฮอล) พบว่าเขากำลังอยู่บนรถไฟที่มุ่งหน้าไปชิคาโก้ เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ และทำไมคริสติน่า (มิเชล โมนาแกน) ผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามถึงคิดว่าเขาเป็นคนอื่น แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร รถไฟก็เกิดเหตุระเบิดทำให้เขาและผู้โดยสารทุกคนเสียชีวิต โคลเตอร์ตื่นขึ้นมาอีกครั้งภายในห้องปฏิบัติการ แครอล กู้ดวิน (เวร่า ฟาร์มิก้า) ผู้บังคับบัญชาของโคลเตอร์ อธิบายว่าเขากำลังใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Source Code ที่ทำให้เขาสามารถสวมรอยเป็นคนอื่นและย้อนเวลากลับไปหาตัวการวางระเบิด เขาต้องกลับมาอยู่บนรถไฟอีกครั้งในเวลาเดิม มุ่งหน้าไปเมืองเดิม พร้อมกับผู้โดยสารกลุ่มเดิม โดยมีเวลาเพียงแค่ 8 นาทีก่อนการระเบิด ภายใน 8 นาทีโคลเตอร์ต้องพยายามหาตัวการวางระเบิด เพื่อป้องกันเหตุระเบิดที่จะกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า อย่างไรก็ตามการย้อนเวลากลับไปหลายหน ทำให้เขาตกหลุมรักคริสติน่า ผู้หญิงที่รู้จักกับผู้ชายที่เขาเข้ามาสวมรอย แต่เธอกลับเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุวินาศกรรม ทำให้โคลเตอร์ตัดสินใจทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงอดีต แต่เขาจะต้องหวนกลับไปผจญในห้วงเวลาแห่งความวินาศเช่นนี้อีกสักกี่ครั้งกัน จึงจะหาตัวคนร้ายที่วางระเบิดและแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้

ผลงานกำกับเรื่องที่สองของ ดันแคน โจนส์ ที่มี Moon เป็นหนังยาวเรื่องแรกในชีวิต (แม้ดันแคนจะหน้าใหม่ในวงการหนัง แต่เขาก็เก๋าในแวดวงหนังโฆษณา) จากบทหนังของ เบน รีปลีย์ ที่มีงานเขียนบทหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก (ถ้าไม่นับ Species 3 ที่เป็นหนังแผ่นและงานแก้ไขบทหนังสยองขวัญที่ไมได้เครดิต) โดยได้แรงบันดาลใจจากหนังอย่าง Rashomon, Groundhog Day หรือ Sliding Doors

Source Code เป็นหนังแอคชั่น ไซไฟ ทริลเลอร์ ที่เล่นกับเรื่องของห้วงเวลา โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกคู่ขนาน ที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทับซ้อนกันแต่มีรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างที่แตกต่างกันออกไป หนังเปิดเรื่องแบบไม่มีที่มาที่ไป ก่อนจะค่อยๆ เฉลยเรื่องราวทั้งหมดต่อจากนั้นว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร จากนั้นหนังก็จะเข้าสู่การค้นหาความจริง โดยฌอนหรือโคลเตอร์ต้องค้นหาได้ว่าใครคือมือระเบิด ผ่านทางโลกคู่ขนานที่ได้จากคลืนสมองคงฌอนในช่วง 8 นาทีสุดท้ายก่อนการระเบิด ตรงนี้หนังไม่ได้เน้นในส่วนของแอ็คชั่นหรือตัวละครที่น่าสงสารอะไรมาก เพราะมันเป็นประเด็นรอง แต่ประเด็นหลักของหนังอยู่ตรงที่ว่า โคลเตอร์ต้องสืบให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา และทำไมเขาถึงเขามาในโครงการ Source Code ได้ ทั้งๆ ที่ตัวเขาควรจะปฎิบัติการอยู่ในอาฟกานิสถาน

นอกจากนี้หนังตั้งคำถามว่าจะเป็นอย่างไรหากคุณรู้ตัวว่ามีเวลาเหลืออยู่ไม่มาก และคุณจะทำอะไรเพื่อให้เวลาที่เหลือมีค่ามากที่สุด ผ่านตัวละครในตู้รถไฟที่โคลเตอร์โดยสารมา ซึ่งหนังได้ให้ภาพที่กระจ่างในตอนท้าย หลังจากที่โคลเตอร์ค้นพบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา และเขาต้องการที่จะจบเรื่องราวทั้งหมดนี้ และพร้อมที่จะพิสูจน์ให้ ดร วอลเกอร์ รัดเลดจ์ (เจฟฟรีย์ ไรท์) ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้แก้ไขอนาคตเพียงอย่างเดียว แต่มันสามารถป้องกันเหตุร้ายในอดีตไม่ให้เกิดขึ้นได้อีกด้วย โดยผ่านจากเมจเสจที่เขาส่งหา กู๊ดวิน ทางโทรศัพท์มือถือในตอนท้าย หนังพูดถึงความพยายามของคนๆ หนึ่งที่ต้องการแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเหตุวางระเบิด ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง และที่สำคัญที่สุดกับคนใกล้ชิด ซึ่งในที่นี้คือพ่อของเขานั้นเอง

Source Code อาจจะดูคล้ายหนังหลายๆ เรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับห้วงเวลาไม่ว่าจะเป็น The One, Deja Vu, Inception และอีกหลายๆ เรื่อง จนหลายคนคิดว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่อย่าตัดสินใจที่หน้าหนังจนกว่าคุณจะได้เข้าไปพิสูจน์ แล้วคุณจะรู้ว่าหนังที่เนื้อหาไม่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ อย่าง Source Code มีอะไรดีมากกว่าที่เห็น

** Source Code ในทางคอมพิวเตอร์ก็คือโค้ดของโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาให้ทำงาน แต่ก็สามารถนำ Source Code นี้มา Forge หรือปรับปรุงแก้ไขให้ทำงานต่างจากเดิมในบางเรื่องได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s