Rapunzel (2011)

Photobucket

เมื่อดอกไม้วิเศษของโกเธล (ดอนน่า เมอร์ฟีย์) ที่ทำให้เธอยังคงความสาวเอาไว้ โดนทหารของราชวังขุดไปให้พระราชินีที่กำลังประชวรหนัก เนื่องจากกำลังจะให้กำเนิดพระราชธิดา ทำให้พลังวิเศษถ่ายทอดสู่เจ้าหญิงองค์น้อย ราพันเซล (แมนดี้ มัวร์) ทำให้เธอมีผมสีทองสลวยที่เปี่ยมไปด้วยพลังวิเศษ เมื่อโกเธลล่วงรู้ทำให้ตัดสินใจขโมยเจ้าหญิงน้อยมาขังไว้ในหอคอยเก่าแก่ที่ซ่อนอยู่ในป่าลึกไม่มีใครสามารถหาเจอ ทำให้พระราชาและพระราชินีทรงโศกเศร้าและโทมนัสเป็นอย่างยิ่ง จึงมีการจัดงานปล่อยโคมขึ้นฟ้าทุกๆ วันเกิดของเจ้าหญิง โดยหวังว่าสักวันเจ้าหญิงจะทรงเห็นและกลับคืนสู่พระราชวัง

18 ปีผ่านไป ราพันแซลเติบโตเป็นสาวสวยที่มีเส้นผมสีทองยาวสลวย ทุกปีเธอเฝ้าสงสัยเสมอว่าแสงพราวนับร้อยพันที่ปรากฎขึ้นบนท้องฟ้าในวันครบรอบวันเกิดของเธอ ทำให้เธออยากออกไปค้นหาความจริง แต่โกเธลสั่งห้ามไม่ให้เธอไปไหน พร้อมทั้งหลอกเธอว่าโลกภายนอกโหดร้ายและหลอกลวง ทำให้ราพันเซลไม่กล้าออกไปจากหอคอย แล้วเหมือนชะตาฟ้าลิขิต ฟลินน์ (แชคคารี เลวี่) โจรหนุ่มรูปงามได้หลบหนีทหารวังหลังจากฉกมงกุฎจากในวัง โดยแอบขึ้นมาบนหอคอยของราพันเซล ทำให้เธอจับตัวเขาไว้ และทำข้อตกลงให้เขาพาเธอไปดูโลกภายนอกและค้นหาแสงพราวนับร้อยที่ปรากฎในวันครบรอบวันเกิดของเธอ ทำให้ทั้งสองต้องผจญภัยและเรียนรู้กันและกัน

ดัดแปลงมาจากเทพนิยายของเยอรมันในชื่อเดียวกันที่ถูกรวบรวมโดยพีน้องตระกูลกริมม์ ในขณะที่นิยายฉบับจริง เรื่องราวของราพันเซล หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ เจ้าหญิงผมยาว เรื่องราวค่อนข้างจะรันทด น้ำเน่ายิ่งกว่าละครหลังข่าวบ้านเราซะอีก แต่เมื่ออยู่ในมือของเจ้าพ่ออนิเมชั่นฟิลกู๊ดอย่างดีสนีย์ ก็ได้มีการดัดแปลงนิยายมาเป็นหนังในแนวที่แตกต่างจากนิยายต้นฉับบแบบไกลสุดกู่ อีกทั้งมีการเพิ่มตัวละครที่ไม่ได้มีอยู่ในนิยายฉบับดั้งเดิม แถมในฉบับอเมริกันมีการใช้ชื่อเป็น Tangled (แต่ตลาดนอกประเทศยังใช้ Rapunzel เหมือนเดิม) รวมถึงเน้นบทบาทของตัวละครอย่าง ฟิลน์ ให้มีบทเด็ดมากกว่าแค่พระเอกธรรมดาๆ เท่านั้น เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็ก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กผู้ชายให้มากขึ้น

สำหรับเวอร์ชั่นดิสนีย์หนังเดินเรื่องกระชับฉับไว ลดความเด่นของตัวละครสิงสาราสัตว์ที่เป็นตัวช่วยของตัวเอกลง แต่ขโมยซีนตามสถานการณ์ ในขณะที่งานด้านเทคนิคมีความเฉียบคม สวยงาม (เป็นงานผสมระหว่างงานวาดมือและคอมพิวเตอร์กราฟิกเข้าด้วยกัน) ทำให้หนังดูมีมิติและคมชัดมากกว่าหนังการ์ตูนเรื่องก่อนหน้า อีกทั้งเนื้อหาก็ไม่ได้ดูล้าสมัย สิ่งหนึ่งที่หนังดูเน้นอยู่เสมอก็คือ คนเราจะได้สิ่งใดมา อาจจะต้องสูญเสียบางสิ่งไปเป็นของแลกเปลี่ยน ไม่มีใครที่จะเป็นผู้รับหรือผู้ให้ตลอดกาล รวมถึงการที่คนเราอาจจะต้องเผชิญกับอุปสรรค เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ แม้จะแลกด้วยอะไรก็ตาม หากเรามีความตั้งใจแล้ว ก็ย่อมผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างแน่นอน ถือเป็นการปิดท้ายอนิเมชั่นที่ดัดแปลงมาจากเทพนิยายของดีสนีย์อย่างสวยงามและประทับใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s