Black Swan (2011)

Photobucket

นีน่า (นาตาลี พอร์ตแมน) นักบัลเลต์ในสังกัดของบริษัทบัลเลต์แห่งหนึ่งของมหานครนิวยอร์ค ชีวิตของเธอก็เหมือนกับนักบัลเลต์ร่วมอาชีพทั้งหลาย ที่ทุกๆ วันหมดไปกับการฝึกฝนและซ้อมเต้น เธออาศัยอยู่กับเอริกาผู้เป็นแม่ (บาร์บารา เฮอร์เซย์) ซึ่งเคยเป็นนักบัลเลต์มาก่อน ตั้งแต่เด็กๆ นีนาถูกเอริกาบงการทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตมาโดยตลอด เมื่อผู้กำกับ โธมัส ลีรอย (วินเซนต์ คาสเซล) ตัดสินใจเปลี่ยนตัวนางเอกจากเบธ แมกอินไตร์ (วิโนนา ไรเดอร์) เป็นคนอื่น เพื่อแสดงในบัลเลต์ สวอน เลค นีนาเป็นตัวเลือกแรกของเขา แต่นีนาเองก็มีคู่แข่งคนสำคัญอย่าง ลิลี (มิลา คูนิส) ที่มีลีลาการเต้นที่ทำให้โธมัสประทับใจเช่นกัน สำหรับบทในสวอน เลค โธมัสต้องการนักเต้นที่สามารถแสดงได้ทั้งบทหงส์ขาวผู้ไร้เดียงสาและงดงาม และบทหงส์ดำที่เป็นตัวแทนของมารยาและเรื่องทางเพศ นีนาเหมาะกับบทหงส์ขาวเป็นทีสุด ในขณะที่ลิลีแสดงบทหงส์ดำได้ดีกว่า นักเต้นทั้ง 2 แข่งกันจนมิตรภาพเริ่มผิดเพี้ยน และทำให้นีนาเริ่มสัมผัสถึงด้านมืดของตัวเธอ ที่ผลักดันให้เธอทำเรื่องบ้าบิ่นขึ้นเรื่อยๆ และอาจนำไปสู่การทำลายตัวเองในที่สุด

Black Swan เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญเชิงจิตวิทยากำกับโดย แดร์เร็น อาโรนอฟสกี้ เจ้าของผลงานดราม่าหนักๆ อย่าง Requiem of Dream, The Fountain และ The Wrestler ที่มีสไตล์การกำกับที่ไม่เหมือนกับใคร บวกกับบทภาพยนตร์ที่ใช้เทคนิคการเล่าเรื่องที่ดูกดดัน บวกกับบรรยากาศที่ไม่น่าไว้ใจ ไม่รู้ว่าอันไหนเท็จ อันไหนจริง อีกทั้งการถ่ายภาพที่เน้นมุมมืด และการจัดแสงเงาที่ดูหลอน (สังเกตว่าภาพในหนังจะดูหม่นและไม่สดใส) รวมถึงการใช้วัตถุรอบข้างแสดงให้เห็นถึงนัยยะของตัวละครหลักอย่างนีน่า (ตุ๊กตาและหีบเพลง) ส่งผลให้หนังมีพลังและไม่น่าเบื่อทั้งๆ ที่เป็นหนังดราม่าเชิงจิตวิทยาหนักๆในส่วนของนักแสดงแต่ละคนทำหน้าที่ได้ดีตามบทที่ได้ไม่ว่าจะเป็นแค่ตัวประกอบหรือตัวละครหลัก แต่ที่ขโมย และดูจะเด่นสุดๆ ก็เห็นจะเป็น มิลา คูนิส กับการแสดงที่ทำให้ตัวละครอย่างลิลีดูเป็นตัวละครอีกตัวที่ดูลึกลับ และทำให้คนดูคาดเดาไปต่างๆ นานาๆ ว่า ลิลีมีตัวตนจริงหรือเป็นเพียงแค่จินตนาการของนีน่าที่สร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ตัวเองเป็นนักเต้นบัลเลต์ที่สมบูรณ์แบบในบทของราชินีหงส์ และที่น่าปรบมือให้เพราะต้องแบกหนังไว้ทั้งเรื่องก็คือ นาตาลี พอร์ตแมน ในบทนีน่า ที่ค่อยๆ เปลี่ยนบุคลิกจากคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง และต้องเผชิญกับความกดดันจากกรอบที่แม่เป็นคนขีดไว้มาเป็นคนที่กล้าได้กล้าเสีย ที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองประสบความสำเร็จ โดยพร้อมจัดการกับคนที่มาขวางทางไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม นาตาลีให้การแสดงแบบน้อยแต่มาก เน้นการแสดงออกทางดวงตาและสีหน้า ทำให้การเปลี่ยนจากอีกคนเป็นอีกคนในตอนสุดท้ายดูสมบูรณ์และน่าสะพรึง

หนังทิ้งท้ายไว้ให้คนดูได้นำกลับไปขบคิดว่า คนเราไม่สามารถเป็นที่หนึ่งหรือผู้ชนะตลอด ไป การทำใจรับสภาพความเป็นไปเลิกจมปลักอยู่กับอดีตและเดินไปข้างหน้าต่อไป รวมถึงการเลี้ยงลูกของพ่อแม่ในปัจจุบันที่พยายามให้ลูกเดินตามทางที่ตัวเองคิดว่าดี รวมถึงการเลี้ยงดูที่ไม่ยอมให้ลูกต้องเผชิญหน้ากับสังคมที่ทุกวันนี้มีแต่การแก่งแย่งชิงดี การปล่อยให้เขาได้เผชิญหน้ากับความเป็นจริงอาจจะดีกว่าให้เขาต้องล้มแบบไม่สามารถลุกขึ้นได้อีกในวันที่เขาต้องยืนด้วยขาของตัวเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s