บุญชู-จะอยู่ในใจเสมอ (2010)

Photobucket

เกิดความอลหม่านขึ้นเมื่อบุญชูและผองเพื่อนยกขบวนกันมาเยี่ยมบุญโชคลูกชาย สุดที่รัก ที่มาร่ำเรียนหมอด้านสมุนไพรในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แต่กลับคลาดกันเพราะบุญโชคดันเข้าไปในป่ากับรุ่นพี่ บุญชูและเพื่อนๆ เลยต้องตามเข้าไปหาบุญโชคในป่า ทั้งหมดกลับเจอเรื่องไม่คาดฝัน แต่แล้วฟ้าเหมือนประทานให้จันทร์ผาและจันทร์ สองสาวพี่น้องชาวเหนือเข้ามาช่วยชีวิตทั้งคู่อย่างหวุดหวิด สร้างความประทับใจให้กับบุญชูและบุญโชคอย่างมาก สองสาวเข้ามาทำให้ชีวิตของบุญชูและบุญโชคเปลี่ยนไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนทำให้โมลีเกิดความไม่พอใจอย่างมาก บุญชูกับบุญโชคจะแก้ไขปัญหาหัวใจที่เกิดขึ้นกับทั้งคู่ได้อย่างไร?

ถือเป็นการกลับมาร่วมงานของทีมงานชุดเดิมจากหนังชุดอมตะนิรันดร์กาลของวงการ หนังไทยมากว่า 20 ปีอย่างบุญชู ที่กำเนิดขึ้นจากน้ำมือของผู้กำกับผู้ล่วงลับไปแล้วอย่าง บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ที่เสียชีวิตลงก่อนจะเปิดกล้องหนังบุญชูภาค 10 เพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น โดยงานนี้ผู้ที่มารับหน้าที่กุมบังเหียนก็คือ เกียรติ กิจเจริญ หรือ ซูโม่กิ๊ก ที่เรารู้จักกันดี ซึ่งก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนักแสดงหนังชุดบุญชูมาตั้งแต่ต้น ถือเป็นการเลือกตัวผู้มารับหน้าต่อจากอาบัณฑิตแบบไม่เสียเชิงมวย และถือเป็นการแสดงคาราวะและระลึกถึงผู้กำกับมากฝีมือผู้ล่วงลับท่านนี้ได้ เป็นอย่างดีอีกด้วย เหมือนเป็นการกลับสู่รากเหง้าของความเป็นหนังบุญชู หลังจากภาคที่แล้วหนังเน้นไปที่ตัวละครรุ่นลูกของแต่ละคนในกลุ่มเพื่อนๆ ของบุญชู ในภาคนี้หนังโฟกัสไปยังกลุ่มความสัมพันธ์ของเพื่อนๆ บุญชูและตัวบุญชูแทน ทำให้หนังดำเนินเรื่องอย่างตรงประเด็น มีการนำความรู้สึกและอารมณ์ของหนังบุญชูกลับมา ฉากบุญชูบนสะพานตากสินที่มีตั้งแต่ภาคต้นๆ ก็มีการนับกลับมาใช้อีกครั้ง รวมถึงเพลงประกอบประจำตัวละครบุญชูที่ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร ที่อาจจะทำให้ใครหลายคนที่คุ้นเคยกับหนังบุญชูมาตั้งแต่ภาคที่แล้วเกิดอาการ อมยิ้มได้

ฉากวิ่งไล่ที่เป็นเอกลักษณ์ของหนังบุญชู ผู้กำกับก็นำกลับมาใช้อีกครั้งเช่นกัน และเป็นการเปิดตัวละครใหม่อย่างจันทร์ผา (จ๋า ณัฐฐาวีรนุช) ที่ช่วยเหลือบุญชูจากการถูกล้วงกระเป๋า และเป็นต้นเหตุให้โมลีเกิดอาการหึงหวงและเหวี่ยงใส่บุญชูตลอดเกือบทั้ง เรื่อง ตัวละครในบุญชูทุกตัวจะมีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกัน แต่ยังคงความเป็นตัวละครในบุญชูเหมือนเดิม รวมถึงตัวละครใหม่ๆ ที่เสริมเข้ามาในภาคนี้ ที่เด่นสุดในภาคนี้ก็คงจะเป็นบทสนทนาที่นำเอามุขต่างๆ ที่เคยปรากฎอยู่ในบุญชูภาคก่อนๆ มาใช้กันอย่างเต็มที่แทนฉากวิ่งไล่กันเหมือนในภาคก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นการปะทะคารมกันระหว่างหยอย และ ปอง ปากหมา ที่คราวนี้ยังตามมาราวีกันถึงเชียงราย หรือมุขคำพูดเชยๆ การเล่นคำของบุญโชค แม้บางมุขจะคุ้นตาและดูเชยไปสำหรับยุคนี้แล้วก็ตาม แต่ที่ฮาสุดคงหนีไม่พ้น การปล่อยมุขกันระหว่าง ปิงวัง (สมจิต จงจอหอ) ยมน่าน (ธีรวัฒน์ ทองจิตติ) และ อบต (บุ๋มบิ๋ม สามโทน) ที่ทำเอาฮากันชนิดเรียกได้ว่าขากรรไกรค้างกันเลยทีเดียว รวมถึงการหักมุมในตอนท้ายชนิดหักหลังคนดูอย่างเห็นได้ชัด (เป็นอย่างไรต้องตามไปดู)

แม้จะไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่านี่จะเป็นภาคสุดท้ายของหนังชุดบุญชูตามที่ทีมงานบอกหรือไม่ แต่เชื่อได้ว่าหากภาคนี้ทำเงินเป็นที่น่าพอใจ ทางค่ายหนังก็คงหาทางนำบุญชูกลับมาอีกครั้งเป็นแน่ อย่าไงไรก็ตามหนังบุญชูก็ยังจะคงอยู่ในใจของแฟนหนังไทยที่มีประสบการณ์ร่วม กัน และได้คุ้นเคยรู้จักกับหนุ่มอารมณ์ดี ใจซื่อทีไม่เคยคิดร้ายใครจากสุพรรณนาม บุญชู บ้านโข่ง ที่เสมือนเป็นตัวแทนของวิถีคนไทยผู้นี้ไปตลอดกาล ถือเป็นการเลี้ยงอำลาที่น่าประทับใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s