นาคปรก (2010)

Photobucket

สิงห์  (เร แม็คโดแนลด์) ป่าน (สมชาย เข็มกลัด) และ ปอ (เต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์) รวมหัวกันวางแผนปล้นรถขนเงิน เมื่อจนมุมจึงแยกย้ายกันหนี ปอที่เป็นคนถือกระเป๋าเงินไว้ ได้แอบเข้าไปซ่อนวัดแห่งหนึ่ง และเผลอทำกระเป๋าเงินตกลงไปในบ่อ ก่อนจะหนีตำรวจไป เมื่อปอพาสิงห์และป่านย้อนกลับมาหาเงิน จึงรู้ว่าบ่อที่ว่าถูกสร้างเป็นโบสถ์ทับไปแล้ว  ทางเดียวที่จะทำให้ได้เงินคืนมาคือการปลอมเป็นพระ สิงห์ใช้ปืนขู่บังคับให้หลวงตาชื่น (สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์) บวชให้ตนและป่าน มีเพียงปอเท่านั้นที่ยืนกรานที่จะไม่บวช เพราะเชื่อว่ามันไม่ถูกต้อง ตลอดเวลาที่อยู่ในผ้าเหลือง สิงห์ยังคงประพฤติตัวด้วยสันดานเลวเหมือนเคย ส่วนป่านเริ่มรู้สึกผิดบาปในสิ่งที่ตนทำ แต่ก็ไม่ทิ้งความคิดเดิมที่ต้องการนำเงินไปรักษาตาของแม่ (รัชนู บุญชูดวง) แม้ว่าจะผิดก็ตามในขณะที่ปอกลับค่อยๆ เรียนรู้และซึมซับเอาหลักธรรมคำสอนแห่งความดีที่ได้จากพูดคุยกับหลวงตาชื่นทีละน้อยๆ อย่าไงรก็ตามความชั่วไม่สามารถปกปิดได้ เมื่อสิงห์แอบพาผึ้ง (ทราย เจริญปุระ) เข้ามาหลับนอนในกุฎิ  ความจริงทั้งหมดจึงปรากฏขึ้น และนำไปสู่บทสรุปที่ลอกเปลือกกายหุ้มตัวละคร เผยให้เห็นธาตุแท้ที่ซ่อนไว้อย่างหมดเปลือก

นาคปรกถือเป็นหนังไทยเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถเข้าฉายได้โดยไม่มีการตัดทอน หรือเซ็นเซอร์แม้แต่ฉากเดียว แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่จะนำมาบอกเล่า แต่เป็นสิ่งที่ฉาบไว้ภายในเนื้อหาที่ว่าด้วยมารศาสนาหรือโจรปล้นผ้าเหลืองเรื่องนี้ หนังบ่งชัดในเรื่องของการยกระดับจิตใจคน โดยมีการเปรียบเทียบตัวละครแต่ละตัวดั่งบัวสี่เหล่า ที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าได้แบ่งไว้ อย่างไรก็ตามอีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือภาวะซ่อนเร้นที่ตัวละครหลักในหนังสร้างขึ้นเพื่อปิดบังบางสิ่งบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สิงห์ ป่าน และปอ ที่ปลอมเป็นพระและเด็กวัด ซ่อนตัวอยู่ภายในวัด เพื่อหาแหล่งซ่อนเงิน หลวงตาชื่นที่ตอนแรกเราได้เห็นพฤติกรรมที่มีลับลมคมนัย ก่อนจะเฉลยในตอนสุดท้าย หรือ สารวัตรที่ซ่อนตัวจนนาทีสุดท้าย และเป็นผู้กุมความลับของตัวละครในหนังเอาไว้ มีเพียงผึ้งที่เป็นตัวละครเดียวที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีความเปิดเผยมากกว่าคนอื่น (อาชีพของผึ้งคือ โสเภณี) แต่ก็มีภาวะซ่อนเร้นแฝงไว้โดยนัยยะ เพราะผึ้งเป็นตัวละครที่สำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมา รวมถึงพระประธานปางนาครปรกภายในโบสถ์ที่เก็บงำความลับบางอย่างเอาไว้ ผู้กำกับภวัต พนังคศิริ (อรหันต์ซัมเมอร์) เลือกเอาพระปางนาคปรกมาใช้เป็นตัวละครตัวหนึ่งในหนัง ซึ่งอาจจะหมายถึง ปกป้องรักษา การปกปิด หรือสิ่งชั่วร้าย กิเลส ตัญหา ซึ่งก็คือเงินและผู้หญิง หรือผึ้งนั้นเอง (นาคเป็นสัตว์เลื้อยคลานตระกูลเดียวกับงู ในศาสนาคริสต์ถือเป็นตัวแทนความชั่วร้าย)

แม้จะมีหลายองค์กรออกมาติติง โดยเฉพาะองค์กรที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา ถึงความเหมาะสมของเนื้อหาและภาพที่สื่อออกมา หากลองเปิดใจให้กว้าง จะเห็นได้ว่าตัวละครต่างก็ได้รับผลจากการกระทำที่ตนเองได้ก่อเอาไว้ แม้ว่าประเด็นของการสื่อภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ที่ดูหมิ่นเหม่ ส่งผลลบต่อพระพุทธศาสนา แต่ในสังคมทุกวันนี้มันก็คงไม่ต่างจากในหนังสักเท่าไหร่กับภาพของพระสงฆ์ที่ทำผิดกฎข้อห้ามทางหลักพุทธศาสนา จนอดคิดไม่ได้ว่าที่ศาสนาเสื่อมลงนั้น เกิดจากตัวศาสนาเองหรือว่าเกิดจากคนกันแน่

นาคปรกอาจจะไม่ได้เป็นหนังไทยที่ยอดเยี่ยมที่สุด เนื่องจากตัวบทหนังยังไม่มีความกระจ่างในพฤติกรรมของตัวละครบางตัว กลวิธีการโน้มน้าวให้คนดูเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นก็ยังไม่หนักแน่นพอในบางประเด็น รวมถึงความยาวของหนังที่ค่อนข้างสั้น (ยาวเพียง 105 นาที) ทำให้บทสรุปในช่วงก่อนสุดท้ายดูรวบรัด หากตัวหนังมีความยาวกว่านี้ อาจจะทำให้หนังดูสมบูรณ์มากกว่านี้ก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ตาม นาคปรกก็ยังมีคุณค่าที่จะบอกว่า มันคือหนังไทยที่ดีเรื่องหนึ่งของปีนี้ คงจะไม่ผิดกติกาอย่างไร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s