AVATAR (2009)

Photobucket

หลังไททานิคออกฉายในปี 1997 เจมส์ คาเมรอน ก็เก็บตัวเงียบหายไปจากวงการ นอกจากทำหน้าที่อำนวยการสร้างหนังสารคดี Aliens of The Deep ในปี 2005 และ Ghost of The Abyss ในปี 2003 รวมถึงการเป็นผู้อำนวยการสร้างซีรีส์ที่แจ้งเกิด เจสซิก้า อัลบ้าอย่าง Dark Angel (2000-2002) ผู้กำกับท่านนี้ก็ไม่มีผลงานใดๆ ออกมาอีกเลย ทำให้หลายคนคิดว่า หลายคนคิดว่า เขาคงหนีไปอยู่เบื้องหลัง เพราะจากความสำเร็จในการกำกับหนังเพียงไม่กี่เรื่อง ทำให้เขาขึ้นเชื่อเป็นผู้กำกับท๊อปฟอร์มแห่งโลกเซลลูลอยย์ นั้นคือส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลหลักจริงๆ ก็คือ เขาเก็บตัวอยู่ เพื่อซุ่มทำหนังที่เขาอยากทำมากที่สุดในชีวิต เพียงแต่เทคนิคในยุคสมัยนั้น ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการส่วนตัวของเขา ได้อย่างเต็มที่ เขาจึงเลือกที่จะพัฒนาเทคนิคที่ว่าให้ถึงขั้นสูงสุด โดยเฉพาะเทคนิค 3 D ที่พัฒนาให้แตกต่างจากทุกเรื่องที่ผ่านมา และบัดนี้ 12 ปีแห่งการรอคอยก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว เขาพร้อมแล้วกับหนังที่ตอบสนองจินตนาการที่กว้างไกล ที่จะนำคุณสู่โลกแห่งความฝัน ทั้งๆ ที่คุณยังคงลืมตาอยู่ กับโลกแห่ง Avatar

เนื้อหาของ Avatar เป็นการผูกเรื่องง่ายๆ เหมือนหนังทุกเรื่องของเจมส์ คาเมรอน (เฉพาะที่เขารับหน้าที่เขียนบท) เรื่องราวของมนุษย์ที่ต้องการทรัพยากรบนดาวแพนโดร่า โลกที่ทุกสรรพสิ่งมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร เต็มไปด้วยป่าที่มีต้นไม้สูงราว 1,000 ฟุต ซึ่งแปลกประหลาด เขียวชอุ่ม และเรืองแสงได้ ยังไม่รวมสัตว์นักล่าที่อันตรายมากมาย และชนพื้นเมืองที่เรียกว่าชาวเนวี เป็นมนุษย์ร่างสีน้ำเงินตัวสูงใหญ่ ซึ่งรักสงบเว้นแต่ตอนที่ถูกรุกราน

สำหรับมนุษย์แล้ว ชาวเนวีเป็นเสมือนหอกข้างแคร่ในการเข้าไปกอบโกยทรัพยาการอันมีค่าบนดาวแพนโดร่า แต่การใช้กำลังอาจจะทำให้ดูไร้มนุษยธรรม มนุษย์จึงใช้ไม้นวม โดยการคิดโครงการสร้างตัวเสมือนชาวนาวี เรียกว่า Avatar โดยการฝังจิตของมนุษย์ลงไปแทนในการบังคับและควบคุมจิตใจของตัวเสมือน เจค (แซม วอธิงตัน จากบทคนเหล็กใน Terminator Salvation) อดีตนาวิกโยธิน ที่ได้รับบาดเจ็บจากการรบจนเป็นอัมพาตครึ่งตัว ถูกเรียกตัวเพื่อการทำหน้าที่เป็นตัวเสมือน แทนน้องชายฝาแฝดของเขาที่เสียชีวิตลง เนื่องจากเขาและน้องชายต่างมี DNA คล้ายกัน ทำให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าควบคุมร่างเสมือนของน้องชายที่เสียชีวิตไปแล้ว

หน้าที่ของเจคคือการเกลี่ยกล่อมให้ชาวนาวี ย้ายถิ่นฐานอออกจากแหล่งเดิม เพื่อให้มนุษย์สามารถเข้าไปกอบโกยทรัพยาการอันมีค่าได้อย่างเต็มที่ ที่นั้นเจคได้พบกับ เนติรี่ ลูกสาวหัวหน้าเผ่าโอมาติคายา เธอได้สอนให้เจครู้สึกธรรมชาติ และวิถีของชาวนาวีที่มีต่อเอวา รวมถึงวิถีชีวิตที่พึ่งพากันบนดาวแพนดอร่า ยิ่งเจคได้เรียนรู้มากขึ้นเท่าไหร่เขาก็ยิ่งหลงใหลในความงามของที่นี่มากขึ้นเท่านั้น ท้ายที่สุดเขาต้องเลือกระหว่างภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายจากโลกและความรัก ความผูกพันที่มีต่อชาวนาวี ในสงครามที่มีอนาคตของโลกมนุษย์เป็นเดิมพัน

หลายคนอาจจะคิดว่าเนื้อหาของ Avatar นั้นคล้ายคลึงกับหนังแนวเดียวกับก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นโพคาฮอนทัส หรือ Dances With Wolves แต่เนื้อหาสำคัญที่แฝงเอาไว้ในเนื้อหาแสนเชยนี่ก็คือ จิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตที่มนุษย์หลงลืมไปนานแสนนาน การอยู่รวมกับธรรมชาติ และการรักษาสมดุลของการมีชีวิตร่วมกันกับธรรมชาติ รวมถึงความสามัคคีปรองดองในการรักษาแผ่นดินแม่ และถิ่นฐานของตนเอง

แต่ไม่ว่าเนื้อหาจะเชยแค่ไหน แต่สิ่งที่โดดเด่นในหนังเรื่องนี้ก็คือ เทคนิคทางด้านภาพที่ล้ำหน้า สมจริง เนียนอย่างไร้ที่ติ แม้ตลอดเวลา 2 ชม 48 นาที เราจะรู้อยู่แก่ใจว่า ทุกสิ่งที่ปรากฎอยู่บนจอภาพยนตร์มันคือสิ่งที่สร้างด้วย CGI (computer generated imagery) แต่มันก็ทำให้เราเพลิดเพลิน และเชื่อได้ว่าทุกสิ่งที่เห็นมีความเป็นไปได้ จากการแสดงสีหน้าของตัวละคร ทั้งฝ่ายมนุษย์ และชาวเนวี โดยเฉพาะภาพมุมกว้าง ที่ถ่ายทอดความงดงามของดาวแพนโดร่าได้อย่างหมดจด งดงามดั่งสวนสวรรค์ จนบางทีทำให้คิดไปไกลว่า ถ้าหากเราได้อยู่ในโลกแห่งแพนโดราจะวิเศษแค่ไหน

แนะนำว่าควรหาทางดูในแบบ 3 มิติ เพราะคุณจะเห็นความชัดลึกของฉากหลังและตัวละครมากกว่าแบบธรรมดา แต่หากว่าทุนทรัพย์มีจำกัด การดูแบบธรรมดา ก็ไม่ทำให้เสียอรรถรสของหนังเรื่องนี้แต่อย่างไร

12 ปีแห่งการรอคอย ถือว่าไม่เสียเปล่า แม้ว่าจะเชยไปหลายปีก็ตามที

2 responses to “AVATAR (2009)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s