รักแห่งสยาม: เมื่อความรักคือความหวังและการเติมเต็ม

จดหมายจากฉันถึงเธอ

ถึงโต้ง

นายเป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม เรายังคิดถึงนายอยู่เสมอ หลังจากงานเปิดตัววงออกัส เราก็ไม่ได้เจอนายอีกเลย เราจำได้ดีถึงประโยคที่นายบอกกับเราในคืนนั้น นายเชื่อไหมว่า มันช่วยให้เราไม่รู้สึกเหงา โดดเดี่ยว และอ้างว้างอีกแล้ว หลังจากที่เราต้องเผชิญกับมันมาคนเดียวตลอดเวลา 5 ปีหลังจากอาม่าเสียไป เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะเรารู้แล้วว่ายังมีคนที่เรารักและเขาก็รักเราอยู่บนโลกใบเดียวกับเรา ในคืนที่นายมานอนค้างบ้านเรา นายให้ความอบอุ่นกับเรา อย่างที่เราไม่เคยได้รับจากใคร นอกจากอาม่าคนเดียวเท่านั้น นั้นก็คือนาย

 

แม้ว่าเรา 2 คนอาจจะไม่สามารถจะใช้ชีวิตบางเสี้ยวร่วมกันก็ตาม แต่อย่างน้อยเราก็รู้ว่าในใจของนายยังมีเรา เหมือนที่ในใจของเรายังคงมีนายอยู่เช่นกัน เราหวังว่าวันหนึ่งเรากับนายคงได้มีโอกาสเจอกันอีก เหมือนกับของขวัญที่นายเคยให้เราตอนเด็ก แม้ว่ามันจะขาดชิ้นส่วนไปหนึ่งชิ้น ยาวนานถึง 5 ปี แต่สุดท้ายมันก็กลับมา และถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่สามารถทดแทนชิ้นส่วนที่ขาดหายไปได้ แต่มันก็เติมเต็มให้กันและกันได้ เหมือนที่นายเติมเต็มความอ้างว้างในใจของเราให้เติมเต็ม ขอบใจมากนะโต้ง แล้วเราจะรอวันนั้น วันที่เรากับนายจะได้เจอกันอีก

 

รักนายเสมอ

มิว

————————————————————————–

ถึงมิว

 

เราได้รับจดหมายจากนายแล้ว ขอบใจมากที่เข้าใจเรา ในตอนนี้เรายังคงสับสนและเราก็ยังไม่รู้ว่าแม่เราเขาจะรับได้หรือเปล่ากับสิ่งที่เราเป็น เราอาจจะเหมือนเห็นแก่ตัวนะมิว แต่เราคิดว่าถ้าเรายังไม่แน่ใจความรู้สึกลึกๆ ของตัวเราเอง เราก็ไม่อยากทำให้คนที่เรารักต้องเสียใจ โดยเฉพาะนาย เพราะเรารักนายนะ

 

เราดีใจนะกับความรักของเราที่ช่วยเติมเต็มและทำให้นายไม่เหงาอีกต่อไปแล้ว เรายังจำได้ดีวันนั้นที่เราเอาของขวัญมาให้นายจากเชียงใหม่ แล้วเราทำให้มันเป็นเกมให้นายต้องเดินหาของแต่ละชิ้น เพื่อเอามาประกอบกันเป็นตุ๊กตาไม้ แต่ด้วยเหตุบางอย่างทำให้ชิ้นส่วนชิ้นหนึ่งหายไป ตอนที่เราเดินไปเจอที่ร้านในสยาม เราคิดถึงนายและอยากให้ของขวัญที่เราซื้อให้นายเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ที่นี้มันก็จะได้ครบชิ้นส่วนเสียที แม้ว่ามันอาจจะสามารถต่อให้เข้ากันได้ แต่เราก็ดีใจที่มันได้เติมเต็มให้มันสมบูรณ์ เช่นเดียวกับใจของนายที่สมบูรณ์เพราะเราเช่นกัน เราเชื่อว่าเมื่อวันหนึ่งเรารู้คำตอบในใจของเราเองแล้ว เราจะกลับไปหานาย เพราะอย่างที่เราบอกนายในคืนนั้น “เราไม่อาจจะเป็นแฟนนายได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักนาย” จริงไหมมิว

 

รักนายตลอดไป

โต้ง

————————————————————————–

ถึงกร

 

ฉันรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องเขียนจดหมายหาคุณ ฉันอยากจะบอกว่า ฉันดีใจนะค่ะที่คุณดีขึ้นแม้ว่าจะยังไม่หายขาด แต่ฉันก็ดีใจที่เห็นคุณพยายามเลิกเหล้า

 

ฉันอยากจะบอกว่า บางครั้งฉันเหงาจะโดดเดี่ยว เหมือนอยู่ตัวคนเดียว ที่คุณเห็นว่าฉันเข้มแข็งจริงๆ แล้วฉันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดหรือเห็นหรอกนะ ฉันก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งตัวเล็กๆ ที่เจ็บช้ำไม่ต่างไปจากคุณสักเท่าไหร่ ฉันเข้าใจดีที่คุณเป็นแบบนี้เพราะคุณโทษตัวคุณเองว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้แตงต้องหายสาบสูญไป แต่คุณรู้ไหมค่ะ ว่าฉันเองก็เสียใจไม่น้อยยิ่งไปกว่าคุณ ถ้าตอนนั้นฉันไม่ตามใจลูก ครอบครัวเราก็คงได้อยู่กันพร้อมหน้า 4 คนเหมือนก่อน และคุณเองก็คงไม่ต้องมีสภาพแบบนี้ ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่า เรา 3 คนที่เหลือต้องร่วมมือร่วมใจกัน ช่วยกันฝันฝ่าช่วงเวลาที่มีอยู่ไปให้ได้ ฉันผิดเองที่คิดว่าตัวคนเดียวจะสามารถจัดการทุกอย่างได้ ฉันอยากจะบอกว่าฉันจะอยู่เคียงข้างคุณ เป็นกำลังใจให้คุณต่อสู้กับโรคร้าย

ฉันรักคุณค่ะ

สุนีย์

————————————————————————–

ถึงสุนีย์

 

ผมเองก็ต้องขอโทษคุณเช่นกันที่ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผมทำตัวเป็นปัญหาให้คุณ ไม่เคยแคร์เลยว่าคุณจะรู้สึกยังไง

 

ผมเอาแต่โทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุให้เราเสียแตงไปอย่างไม่มีวันกลับ ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ผมลืมไปว่า ยิ่งผมโทษตัวเองมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งเจ็บช้ำน้ำใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผม คุณรู้ไหม ตอนที่ผมอยู่โรงพยาบาล ผมเห็นผึ้งตัวหนึ่งตกลงไปในแก้วน้ำหวาน เพราะมันต้องการความหวานจากน้ำแดงในแก้ว แล้วเมื่อมันตกลงไป มันก็ต้องพยายามช่วยตัวเองให้ขึ้นมาจากแก้วให้ได้ ผมเองก็เช่นกัน ผมจะต้องพยายามช่วยเหลือตัวเองให้ลุกขึ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ และเมื่อตอนที่ผมเห็นคุณนั่งทานกับข้าวกับข้าวแข็งๆ ที่คุณอุตสาห์เตรียมไว้ให้ผม ผมรู้สึกตัวเองว่า ผมเป็นผู้ชายที่ไม่เอาไหน เป็นหัวหน้าครอบครัวที่แย่และเป็นพ่อที่ไมได้เรื่อง ภาพที่เห็นมันทำให้ผมรู้ว่าคุณต้องลำบากมามากแค่ไหน ต่อจากนี้ไป ผมสัญญาว่าผมจะสู้ไม่ใช่เพื่อตัวผม แต่เพื่อครอบครัวของเราเอง ผมสัญญา

ผมรักคุณ

กร

————————————————————————–

ความรู้สึกของการเติมเต็มด้วยความรัก

ทั้งหมดเป็นความรู้สึกที่ผมคิดเองว่าตัวละครในหนังรักแห่งปีอย่าง รักแห่งสยาม คงพยายามบอกต่อกันและกัน อีกทั้งเป็นความประทับใจที่ผมมีต่อหนังเรื่องนี้อย่างสุดซึ้ง

หนังไม่พยายามฟูมฟายเหมือนหนังดราม่าเรื่องก่อนหน้านี้ นักแสดงทั้งหมดทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีไม่ว่าจะหน้าเก่าหรือว่าหน้าใหม่ อีกทั้งผู้กำกับยังกำกับให้นักแสดงทั้ง 2 กลุ่มช่วยเหลือส่งบทกันและกันได้อย่างเต็มที่ ความยาวของหนัง  2 ชม 40 นาที ไม่ทำให้รู้สึกเลยว่าหนังเรื่องนี้ยาว ยืดยาด และคิดว่าถ้าหนังตัดองก์ได้องก์หนึ่งออกไป คงไม่สมบูรณ์ เพราะแต่และองก์เติมเต็มแต่ละส่วนให้หนังเรื่องนี้สมบูรณ์และลงตัว

ขอบคุณหนัง รักแห่งสยาม ที่ทำให้เราได้เห็นมุมมองของความรักในอีกรูปแบบหนึ่งที่หลากหลาย เฉกเช่นเดียวกับหนังรักแห่งทศวรรษอย่าง Love Actually เคยทำได้และได้ใจผมมาแล้ว

————————————————————————–

ถึงคุณมะเดี่ยวและทีมนักแสดงจาก “รักแห่งสยาม”

 

อยากขอบคุณที่สร้างหนังว่าด้วยเรื่องราวความรักที่สวยงามเรื่องนี้ให้ผมได้ชม ผ่านชีวิตครอบครัวๆ หนึ่งที่ต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงและท้าทายความสัมพันธ์ที่เปราะบาง รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน คนรัก และอีกหลายๆ รูปแบบในหนังเรื่องนี้

 

คุณสินจัย คุณรับบทแม่ผู้เข้มแข็งแต่ใจบอบช้ำและแตกหักได้โดยง่าย ฉากที่คุณเดินเข้าไปในห้องลูกสาว นิ่งและดูเรียบเฉย จนคุณมานั่งที่เตียงและเอาหมอนลูกสาวมากอด พร้อมกับระเบิดน้ำตาออกมา ผมเข้าใจได้เป็นอย่างดีถึงการสูญเสียของคุณในฉากนี้ ตอนที่คุณขับรถออกไปตามหาลูกชายที่หายไปตลอดคืน ความว้าวุ่นใจที่คุณแสดงออกผ่านทางดวงตาและสีหน้า มันบ่งบอกได้ถึงความห่วงใยที่มีต่อลูกชายคนเดียวที่เหลืออยู่ หรือฉากที่คุณทรุดลงไปกองกับพื้นบ้าน หลังจากทะเลาะกับสามี (รับบทโดยคุณกบ ทรงสิทธิ์) ผมรู้สึกได้ถึงความอดทนและความเข้มแข็งของคุณที่มาถึงขีดสุด ความเหนื่อยล้าและความท้อแท้ของคุณแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนในฉากนี้ เป็นผมเองก็คงท้อและยอมแพ้ไปนานแล้ว กับการที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างคุณต้องแบกรับมันเอาไว้ รวมถึงการที่คุณตั้งคำถามว่า คุณทำผิดอะไร ทำไมคุณถึงต้องได้รับผลตอบแทนแบบนี้ ผมเข้าใจมันเป็นอย่างดี

 

คุณกบ ทรงสิทธิ์ การแสดงของคุณแม้จะดูน้อยแต่ลึกๆ ทั้งหมดมันผ่านออกมาทางสีหน้าและดวงตาของคุณ ผมสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของพ่อผู้เป็นไอ้ขี้แพ้ คุณโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวต้องสูญเสียลูกสาวไป ผมรู้สึกเกลียดคุณจากบทนี้มาก ผมรู้สึกได้ว่าคุณมันก็คนเห็นแก่ตัว ที่คิดว่าการแบกรับความทุกข์เอาไว้คนเดียว จะสามารถลบล้างความรู้สึกผิดบาปในใจของคุณกับเรื่องนี้ได้ แต่คุณไม่รับรู้เลยว่า คุณได้ทำลายครอบครัวของตัวคุณเองลงทีละน้อยๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป คุณกลับตัวและยืนหยัดต่อสู้ เพื่อประคับประคองครอบครัวให้เข้มแข็งขึ้นได้ใหม่ การแสดงของคุณและการรับ-ส่งระหว่างคุณกับคุณนกทำให้ผมเชื่อได้ว่าคุณ 2 คนเป็นสามี-ภรรยากันจริงๆ ด้วยอะไรๆ หลายๆ อย่างในแววตาและอากัปกิริยา ผมเชื่อว่าคุณ 2 คนรักและทะนุถนอมกันจริงๆ แม้จะมีกระทบกันบ้างแต่ก็ยังรักยังห่วงกันไม่เสื่อมคลาย

 

 

น้องพลอย เฌอมา การแสดงของคุณดีมาก คุณทำให้คนรอบข้างดูมีความสุข และทำให้หลายๆ คนอยากที่จะอยู่ใกล้ๆ คุณ เพราะตัวคุณมีความรักและความห่วงใยคนรอบข้างเปล่งประกายออกมาก ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มและแววตา แต่ลึกๆ คุณก็ซ่อนบาดแผลในใจ ความรู้สึกผิดบาปที่ปล่อยละเลยความรักของพ่อและแม่คุณ จนกระทั่งมันสายเกินแก้ แต่คุณก็คงรู้สึกปลดปล่อยความรู้สึกผิดบาปที่ว่า หลังจากคุณทำหน้าที่เป็นกาวใจเชื่อมความสัมพันธ์ให้กับครอบครัวโต้งให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ลึกแล้วคุณก็อยากมีครอบครัว อยากมีคนที่คุณรักและคุณก็รักพวกเขา ผมเชื่อว่าวันหนึ่งคุณจะต้องเจอกับความรักในแบบที่คุณเฝ้าหามานานอย่างแน่นอน

 

น้องมาริโอ้ ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าน้องเล่นหนังนี้เป็นเรื่องแรก แม้ว่าบางฉากอาจจะดูเงอะงะ แต่ตอนหลังน้องก็ทำให้ตัวละครโต้งมีพัฒนาการทางการแสดงมากขึ้น โดยเฉพาะการแสดงที่ต้องร่วมฉากเดียวกันกับคุณนก สินจัย โดยเฉพาะ 2 ฉากสำคัญคือ ฉากตอนจัดต้นคริสต์มาส ทีคุณนกซึ่งเล่นเป็นแม่ให้น้องเลือกว่าจะประดับตุ๊กตาตัวไหน น้องสามารถทำให้พี่รับรู้ได้ถึงการตัดสินใจของน้องกับทางเดินที่น้องเลือกที่จะเดิน โดยไม่โดนรัศมีของคุณนกบดบังความสามารถทางการแสดงของน้อง และฉากในตอนจบที่น้องต้องโอบกอดกับคุณนก มันทำให้พี่รู้สึกได้ว่าน้องกับคุณนกเป็นแม่-ลูกกันจริงๆ พัฒนาฝีมือกับหาบทดีๆ มาเล่น รับรองน้องไปได้ไกลแน่นอน

 

น้องพิช น้องทำให้พี่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกเหงาลึกๆ ในใจของมิวนั้นเป็นยังไง  โดยการแสดงออกผ่านทางแววตา และการระเบิดอารมณ์ในตอนจบของหนังเรื่องนี้ มันได้บ่งบอกว่าน้องนั้นเจ๋งแค่ไหน อีกฉากที่พี่ชอบก็คือ ฉากที่น้องระบายความรู้สึกของความเหงาให้กับโต้งฟัง ทำให้พี่รู้สึกว่าความเหงามันช่างน่ากลัวอย่างที่น้องบอกจริงๆ กับฉากที่น้องต้องรับรู้ความในใจของคุณนก กับความสัมพันธ์ระหว่างน้องกับโต้ง ฉากที่น้องต้องกล่ำกลืนตอบคุณนกไปว่า น้องกับโต้งไม่ได้เป็นอะไรกัน เป็นแค่เพื่อน เป็นพี่ก็คงเล่นเก็บอารมณ์แบบน้องไม่ได้แน่นอน อีกอย่างที่อยากจะชมก็คือ เสียงน้องดีมากกับ พอๆ กับฝีมือในการแต่งเพลง “รู้สึกบ้างไหม” น้องทำได้เยี่ยมมาก หวังว่าคงได้เห็นน้องในหนังที่ต้องใช้อารมณ์นิ่งๆ แบบนี้อีก

 

น้องกัญญาครับ พี่ขอชมน้องทำให้ตัวละครอย่างหญิงเป็นตัวละครที่มีความซับซ้อนตัวหนึ่งในหนังเรื่องนี้ จากเด็กใสๆ ความคิดอ่านในเรื่องความรักที่มองทุกอย่างเป็นเรื่องสวยงาม ก่อนที่จะมารับรู้ความจริงที่โหดร้ายว่า รักครั้งแรกมันไม่ได้สวยงามอย่างที่น้องคิด น้องทำให้หญิงเป็นตัวละครมีเลือดเนื้อขึ้นมาได้จริงๆ ยอมรับว่าเล่นดีมากครับ กับตัวละครที่เรียนรู้ว่ารักคือการเสียสละ ในตอนจบที่หญิงร้องไห้ออกมา ทำให้รับรู้ได้ถึงความเจ็บลึกๆ ในจิตใจของหญิงได้เป็นอย่างมาก ขอแสดงความนับถือ

 

ส่วนคุณมะเดี่ยว 4 ปีที่คุณรอคอยตอนนี้มันได้บังเกิดผลและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีแล้วครับ ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เป็นเรื่องราวพันละเล็กพันละน้อย มาเสริมเติมต่อให้หนัง รักแห่งสยาม ที่แม้ว่าจะมีความยาวมากกว่ามาตรฐานหนังไทยเรื่องอื่นๆ แต่มันก็ไม่รู้สึกว่าเสียดายหรือว่ายืดเยื้อ สิ่งที่ใส่เข้ามามีส่วนอย่างมากกับบทสรุปในตอนท้าย ขอบคุณจริงๆ นะครับ และหวังว่าคงได้ชื่นชมผลงานเรื่องต่อๆ ไปของคุณมะเดียวอีกนะครับ

 

จาก

ผู้ชมคนหนึ่ง

————————————————————————–

“มีความจริงอยู่ในความรักตั้งมากมาย
และที่ผ่านมาฉันใช้เวลาเพื่อหาความหมาย
แต่ไม่นานก็เพิ่งรู้ เมื่อทุกครั้งที่มีเธอใกล้
ว่าถ้าชีวิตคือทำนอง เธอก็เป็นดังคำร้องที่เพราะและซึ้งจับใจ”

ขอให้ความรักจงเจริญ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s