Underworld 4 Awakening (2012)
เมื่อมนุษย์รับรู้ถึงการมีอยู่ของแวมไพร์และไลแคน สงครามระหว่างเผ่าพันธ์จึงบังเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เซลีน (เคต เบกคินเซล) นักรบสาวแวมไพร์ พร้อมด้วย ไมเคิล (สก๊อต สปีดแมน) จึงพยายามหลบหนีออกจากเมือง แต่ทั้งสองถูกหน่วยตามล่าค้นพบเสียก่อน จึงเกิดจากต่อสู้กัน เซลีน ได้รับบาดเจ็บและหมดสติไป เมื่อลืมตาขึ้น เซลีน พบว่าตนเองอยู่ในห้องทดลองแห่งหนึ่ง และมีคนช่วยเธอหลุดออกจากพันธนาการ เมื่อหลบหนีออกจากห้องทดลองได้แล้ว เธอจึงรู้ว่าตนเองได้หลับไปนานถึง 12 ปี และไมเคิลถูกมนุษย์สังหารไปเมื่อ 12 ปีก่อน ไม่ช่าเมื่อเซลีนค้นพบว่าตนเองได้ให้กำเนิดทายาท อีฟ (อินเดีย ไอส์เลีย) ระหว่างถูกแช่แข็งอยู่ภายในห้องทดลอง เธอจึงต้องออกตามหาและพาอีฟหลบหนีไปจนกระทั่งพบกับพวกพ้องแวมไพร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ ที่นั้นเธอได้พบกับ เดวิด (ธีโอ เจมส์) ลูกชายของผู้นำเผ่าแวมไพร์ที่หลงเหลืออยู่ เดวิดผู้ร่วมมือกับเธอเพื่อแก้แค้น เมื่อไลแคน ศัตรูดั้งเดิมผงาดขึ้นมามีอิทธิพลอีกครั้ง แม้แต่เซลีนเองก็ดูราวกับไร้พลังที่จะเผชิญหน้ากับคู่ปรับที่ร้ายกาจที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นก็คือ “อูเบอร์ ไลแคน” ไลแคนที่ถูกดัดแปลงด้านพันธุกรรมให้โหดและร้ายกว่าเดิม
Underworld 4 Awakening กำกับการแสดงโดย มานส์ มาร์ลินด์ และ ยอห์น สเตน ภายใต้การควบคุมดูแลของ เลนส์ ไวส์แมน (Underworld, Underworld Evolution, Die Hard 4) บทภาพยนตร์โดย เลน ไวส์แมน และ จอห์น ฮาวิน ดัดแปลงบทภาพยนตร์โดย อลิสัน เบอร์เน็ท (Fame เวอร์ชั่น 2009 และ Untraceable)
หนังจับเอาเหตุการณ์จากภาค Evolution หนังยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างสองเผ่าพันธ์ คือ ไลแคน และ แวมไพร์ โดยมีกลุ่มมนุษย์เข้ามารับรู้ถึงการมีอยู่ของสองเผ่าพันธ์นี้ หนังดำเนินเรื่องฉับไว กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ รวมถึงเทคนิคพิเศษที่ดูดีกว่าทุกภาค และงานสเกลที่ใหญ่กว่า แม้ว่าจะเป็นงานกำกับเรื่องแรกของทั้ง มานส์ มาร์ลินด์ และ ยอห์น สเตน แต่ก็เรียกได้ว่างานที่ออกมาดูน่าพอใจ หนังมีฉากแอ๊คชั่นอยู่เกือบตลอดทั้งเรื่อง ในส่วนเนื้อหายังคงเหมือนทุกภาค ที่ผูกปมปัญหาอย่างหลวมๆ และใส่รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ลงมาระหว่างทาง แม้ว่าการปูพื้นตัวละครบางตัวจะดูไร้ที่มาและทิศทาง แต่ถือว่าหนังตอบสนองความต้องการของคนดูได้อย่างเต็มที่ ถือเป็นหนังแอ๊คชั่นเรื่องแรกของปีที่ดูสนุกและคุ้มค่าตั๋ว (ระบบธรรมดา) มากเรื่องหนึ่งทีเดียว
