The Girl with the Dragon Tattoo (2012)
ลิสเบธ ซาลันเดอร์ (รูนีย์ มาร่า) หญิงสาวผู้ลึกลับผู้มากับการแต่งตัวแนวพังค์ร๊อคในชุดหนังดำ ขอบตาดำ เจาะห่วงตามร่างกาย และมีรอยสักรูปมังกร เธอเป็นนักแฮ็คมือฉกาจ และเธอได้เข้าไปพัวพันกับการสืบคดีผู้หญิงที่หายตัวไปของนักข่าวหนุ่ม มิเกล บลูมควิสต์ (แดเนียล เคร็ก) นักข่าวจอมขุดคุ้ยประจำนิตยสาร มิลเลนเนียม ถูกบริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่สั่งฟ้อง และต้องแพ้คดี พร้อมทั้งโดนจำคุก 3 ปี หลังจากที่เขาพยายามเปิดโปงว่าผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งมีส่วนเกี่ยวพันกับการคอรัปชั่น ด้วยชื่อเสียงอันลือเลื่องในการเค้นความจริงแบบเอาเป็นเอาตาย ระหว่างรอลงอาญานั้นเองมิเกลได้รับการติดต่อว่าจ้างจาก เฮนริก ฟานเกอร์ (คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์) มหาเศรษฐีชื่อดัง ให้ช่วยสืบสวนคดีฆาตกรรมปริศนาคดีหนึ่งที่ถูกปิดตายมาหลายทศวรรษ ทั้งสองจึงต้องพลิกคดีขึ้นมาใหม่ในแบบทุลักทุเลในการค้นหาความจริงอันน่ากลัวนี้
The Girl with the Dragon Tattoo กำกับโดย เดวิด ฟินเชอร์ (Alien 3, Seven, Panic Room และ The Social Network) ที่รีเมคมาจากหนังสัญชาติสวีเดน The Girl with the Dragon Tattoo ฉบับปี 2009 (โดยผู้กำกับ นีลส์ อาร์เดน ออพเลฟ) ซึ่งดัดแปลงจากนิยายเล่มแรกชื่อเดียวกันจากสามเล่มของ สตีก ลาร์สสัน (โดยมี The Girl Who Played with Fire และ The Girl Who Kick the Hornets’ Nest เป็นสองเล่มที่เหลือ) สำหรับเวอร์ชั่น 2011 เขียนบทโดย สตีเว่น เซลเลี่ยน (Schindler’s List, Clear and Present Danger, Hannibal, Gang of New York, American Gangster และ Moneyball)
หนังเน้นการใช้บรรยากาศคลุมเครือ และการดำเนินเรื่องราวของตัวละครหลักอย่าง มิเกล และ ลิสเบธ ที่ต่างก็มีภาระที่ต้องจัดการ ควบคู่กันไปพร้อมๆ กัน ก่อนที่จะมาเกี่ยวข้องและทำงานร่วมกันในตอนกลางของเรื่อง หนังใช้ประโยชน์จากโลเคชั่นที่เป็นเกาะกลางทะเล และพายุหิมะ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่เย็นยะเยือกให้กับหนังสืบสวนเขย่าขวัญเรื่องนี้ รูนี่ มาร่า (Nightmare on Elm Street (2010) และ The Social Network) รับบทเป็น ลิสเบธ ได้อย่างลงตัว แววตาและบุคลิกทำให้เราพอเดาได้ว่า เธอคนนี้ผ่านเรื่องเลวร้ายมาก โดยเฉพาะการกดขี่ทางเพศที่เธอได้รับตั้งแต่สมัยอายุ 12 เธอต้องการใครสักคนที่เข้าใจและให้ความอบอุ่นกับเธอได้ เมื่อต้องประชันบทกับ เคร็ก แดเนี่ยล ที่งวดนี้สลัดคราบสายลับเจมส์ บอนด์ มารับบท มิเกล นักข่าวที่กำลังประสบปัญหาทางอาชีพ และต้องเข้ามาผัวพันกับคดีภายในครอบครัว เฮนริก ฟานเกอร์ ก็ไม่ทำให้ รูนี่ ดูหม่นลงแต่อย่างใด
นอกจากจุดเด่นในเรื่องบรรยากาศ และการดำเนินเรื่องแล้ว ฟินเชอร์ ยังไม่มุมกล้อง และการถ่ายภาพในการบอกเล่าเรื่องราว รวมถึงดนตรีประกอบที่เน้นบรรยากาศที่ลึกลับ และไม่น่าไว้วางใจ โดยไม่จำเป็นต้องมีภาพโหดๆ หรือ แนวสยองมากระตุกต่อมคนดู รวมถึงการแอบแฝงประเด็นการคุกคามทางเพศไว้แบบเบาๆ แต่หนักแน่น
