Real Steel (2011)
ชาร์ลีย์ เคนตัน (ฮิวจ์ แจ็คแมน) นักมวยตกอับ ด้วยงานของเขาถูกแย่งไปโดยหุ่นยนต์เหล็ก 8 ชาร์ลีย์จึงจำเป็นต้องยังชีพด้วยการเป็นโปรโมเตอร์มวยหุ่นยนต์เล็กๆ เขาหาเงินได้พอเลี้ยงตัวเองจากการจับหุ่นกระจอกมายำรวมกัน และเดินทางจากสังเวียนผ้าใบใต้ดินแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง เพื่อเงินรางวัลที่เขาสามารถรีดเอาจากหุ่นกระป๋องของเขาได้ วันหนึ่งเมื่อ แม็กซ์ (ดาโกต้า โกโย) ลูกชายวัย 10 ขวบที่เหินห่างจากเขา ก็กลับเข้ามาในชีวิตเขาแบบไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัว คู่พ่อลูกที่เหินห่างกันคู่นี้จำต้องมาอยู่ร่วมกันอย่างเสียไม่ได้ เมื่อวันหนึ่งทั้งคู่ไปพบ อะตอม หุ่นเทรนเนอร์หมดสภาพ ทั้งคู่ช่วยกันซ่อมแซมและฝึกหุ่นยนต์กระป๋องตัวหนึ่งให้กลายเป็นผู้ท้าชิงฝีมือเยี่ยม เมื่อเดิมพันในสังเวียนที่ไร้ขีดจำกัดและไร้ปรานีสูงขึ้น ชาร์ลีย์ก็ได้โอกาสครั้งสุดท้ายที่จะหวนคืนสู่ความยิ่งใหญ่ พร้อมๆ กับประสานรอยร้าวระหว่างลูกชายและตนเอง
Real Steel เป็นผลงานกำกับล่าสุดของ ชอวน์ เลวี่ (Night at the Museum 1-2, Date Night และ The Pink Panther) โดยอิงจากเรื่องสั้นในปี 1956 เรื่อง Steel ที่เขียนโดย ริชาร์ด มาธิสัน โดยมีทั้งสตีเว่น สปีลเบิร์ก และ โรเบิร์ต เซเมคิส รับผิดชอบในส่วนผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร
แม้ Real Steel จะเลือกเดินตามสูตรสำเร็จ และเอาหนังหลายๆ เรื่องมายำรวมกัน แต่ด้วยความจัดจ้านทางด้านการนำเสนอ ที่ใช้สิ่งอื่นมาทดแทน นั้นก็คือ เทคนิคพิเศษ ที่ทำให้เราเห็นหุ่นสองตัวเหมือนกับนักมวยที่ชกกันจริงๆ บนสังเวียน รวมถึงลีลาการนำเสนอของผู้กำกับ ที่รู้ว่าศักยภาพของหนังคืออะไร และอะไรที่คนดูอยากเห็น หนังใช้การต่อสู้ของหุ่นยนต์บนผืนผ้าใบ เป็นเสมือนส่วนเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตของ ชาร์ลีย์ แม้ว่ามันจะไม่เคยประสบความสำเร็จเลยสักครั้ง แต่มันก็เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีค่า เมื่อ แม็กซ์ และ อะตอม เข้ามาในชีวิต ก็ทำให้ชาร์ลีย์เริ่มตระหนักว่า อะไรคือสิ่งที่เขาต้องการ ในขณะที่แม็กซ์ ที่แม้จะไม่ถูกชะตากับชาร์ลีย์ แต่ลึกๆ เขาต้องการพ่อที่เข้าใจตัวตนของเขา ส่วน อะตอม เป็นเสมือนสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ชาร์ลีย์ ยังมีดีพอไม่เป็นเพียง Looser ในสายตาของใครต่อใคร
ฮิวจ์ แจ็คแมน ดูเข้ากับบทนักมวยตกอับ เพียงแต่หนังปูพื้นหลังของชาร์ลีย์น้อยไปสักหน่อย โดยเฉพาะเหตุผลที่ทำให้เขาเลิกชกมวยในช่วงที่เขาท๊อปฟอร์ม หากหนังสามารถเพิ่มรายละเอียดตรงนี้เขามา อาจจะทำให้ตัวละครอย่างชาร์ลีย์มีมิติมากขึ้นกว่านี้ ส่วน ดาโกต้า โกโย กับการแสดงที่เป็นธรรมชาติมาก เรียกได้ว่าขึ้นกล้อง และเป็นตัวขโมยซีนในทุกฉากเลยก็ว่าได้ ส่วนงานด้านเทคนิคทั้ง สต๊อป โมชั่น และคอมพิวเตอร์ซีจี สอบผ่านในขั้นยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ในขณะที่บทสรุปของหนังแม้จะไม่เอาใจตลาดมากนัก แต่ก็ไม่ยากเกินความคาดหมาย หากใครยังคงประทับใจหนังอย่าง Rocky หรือหนังที่ให้กำลังใจเรื่องอื่นๆ แล้วละก็ ก็ไม่น่าจะพลาดหนังอย่าง Real Steel เช่นกัน
