Mission Impossible Ghost Protocol (2011)
หลังจากเกิดเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่เครมลิน ประเทศรัสเซีย ทุกฝ่ายต่างโยนความผิดให้กับ อีธาน ฮันต์ (ทอม ครูซ) และหน่วยงามลับไอเอ็มเอฟ เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งเริ่มปฎิบัติการไร้เงา หน่วยงามไอเอ็มเอฟจึงกลายเป็นหน่วยงานที่ไม่มีตัวตนในทันที อีธานที่ตกอยู่ในสภาพไร้ทางออกและไม่มีผู้สนับสนุน เขาต้องหาหนทางล้างมลทินให้กับตนเองและหน่วยงานของเขา รวมถึงค้นหาผู้ก่อการร้ายตัวจริง โดยได้รับความร่วมมือจากเพื่อนๆ ในหน่วยงามไอเอ็มเอฟที่ยังเหลืออยู่ ได้แก่ แบรนต์ (เจเรมี เรนเนอร์) เบนจี (ไซม่อน เพกก์) และ เจน (พอลลา แพตตัน) ซึ่งต่างมีแรงจูงใจส่วนตัวที่อีธานไม่อาจล่วงรู้ได้
ถือเป็นตอนที่ 4 สำหรับหนังสายลับเฟรนชายน์ที่นำมาจากซีรีย์ทางโทรทัศน์อันโด่งดัง (1966-1973) โดยในภาค Ghost Protocol ได้ แบรด เบิร์ท (The Iron Giant, The Incredibles และ Ratatouille) ซึ่งถือเป็นหนังที่ใช้คนแสดงเรื่องแรกของ แบรด เบิร์ท เพราะเขาเคยกำกับมาแต่หนังอนิเมชั่นมาก่อนหน้านี้ โดยเป็นการกลับมารับบทที่สร้างชื่อให้กับตนเองในบท อีธาน ฮันต์ เป็นครั้งที่ 4 ของ ทอม ครูซ ด้วย
แบรดสอบผ่านกับการกำกับหนังที่ใช้คนแสดงเป็นเรื่องแรก และยังสามารถสร้างความตื่นเต้น บวกกับความสนุก โดยใช่มุขตลกในจังหวะที่เหมาะสมและลงตัว หนังเน้นในบรรยากาศของหนังแนวสายลับจารกรรมตามแบบฉบับที่ Mission Impossible ควรจะเป็น โดยเน้นความสมจริงมากกว่าจะเน้นยุทโธปกรณ์ไฮเทค หนังมีฉากแอคชั่นเสี่ยงตายอยู่ประปราย รวมถึงการแจกแจงความเด่นและสร้างคาแรกเตอร์ตัวละครแต่ละตัวได้อย่างชัดเจน และโดดเด่นไม่แพ้กัน (ไซม่อน เพกก์ กับการแสดงที่ขโมยซีนในทุกฉากที่ปรากฎ) หนังใช้โลเคชั่นของแต่ละประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าบทหนังในบางช่วงจะดูไม่ค่อยมีเหตุมีผลสักเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่า Mission Impossible Ghost Protocol สามารถสร้างความสนุกสนานและความมันส์สะใจให้กับผู้ชมได้อย่างเต็มที่
