
The Last House on the Left: บ้านนี้วิมานของใคร
เรื่องราวอันสุดหฤโหดของแมรี่ (ซาร่า แพกตัน) สาวน้อยวัยทีนอายุเพียง 17 ปี ที่ต้องผจญกับนักโทษแหกคุกอย่างครูกจับตัวไป ระหว่างที่อยู่กับเพื่อนสาวอย่างเพจ (มาร์ธา แมคอีชัค) ที่ชวนไปปาร์ตี้พี้กัญชาที่ห้องพักของ จัสติน (สเปนเซอร์ ทรีดคล๊าก จากบทลูกชายราชินีโรมันใน Gladiator) ซึ่งเป็นลูกชายของครูก ทั้งคู่พยายามหนีแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ก่อนเพจจะถูกสังหาร ในขณะที่แมรี่ โดนข่มขืนยับเยิน เธอฉวยโอกาสตอนครูกเผลอ วิ่งหนีลงน้ำ แต่ไม่วายโดนครูกยิงทิ้งท่ามกลางสายน้ำ
ระหว่างทางพวกของครุกติดอยู่ท่ามกลางพายุ จึงมองหาที่หลบ และด้วยความบังเอิญที่มาเจอบ้านสุดท้ายทางซ้าย จึงเข้าไปขอพักอาศัยชั่วคราว ซึ่งบ้านหลังที่ว่าเป็นบ้านของจอห์น (โทนี โกลด์วิน จาก Ghost) และเอ็มมา (โมนิกา พอตเตอร์ จาก Saw, Along Game Spider และ Con Air) พ่อและแม่ของแม่รี่ ทั้งสองต้อนรับพวกครุกเป็นอย่างดี โดยหารู้ไม่ว่า เหล่าทรชนเดรัจฉานกลุ่มนี้ ได้ทำร้ายลูกสาวตัวเองจนปางตาย ต่อมาเมื่อทั้งคู่พบร่างที่ไร้สติของแมรี่ และล่วงรู้ความจริง มหกรรมการล้างแค้นเอาคืนก็บังเกิดขึ้น
งานรีเมค (อีกแล้ว) จากหนังชื่อเดียวกันในปี 1972 ของเวส คราเว่น เพียงแต่งวดนี้พี่เวสแกทำหน้าที่เป็นเพียงผู้อำนวยการสร้าง ปล่อยหน้าที่ควบคุมหนังทั้งหมดให้กับผู้กำกับหน้าใหม่นาม เดนนิส อีเลียดิส ที่เพิ่งมีผลงานกำกับหนังเพียงเรื่องเดียวอย่าง Hardcore ในปี 2004 เป็นผลงานสร้างชื่อ หนังมีฉากดิบๆ โหดๆ อยู่หลายฉาก โดยเฉพาะฉากข่มขืนที่ทำออกมาค่อนข้างดิบ รวมถึงการเอาคืนของพ่อแม่แม่รี่กับคนที่ทำกับลูกสาวตัวเอง โดยเฉพาะฉากจัดการครูกในตอนท้าย แต่โดยรวมแล้ว หนังไม่มีอะไรมากไปกว่าการเอาหนังเก่าที่เคยดังมารีเมค แต่ถ้าถามว่าฉบับใหม่ ดีหรือเลว แตกต่างจากต้นฉบับยังไง อันนี้คงไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่เคยดูต้นฉบับปี 1972 (แต่วงในบอกว่าสุโค้ยมากๆ ) เพียงแต่รู้สึกว่า หนังรีเมคเรื่องนี้ดูดีกว่าหนังรีเมคอื่นๆ ที่นิยมเอาหนังแนวโหด สับ เชือดมารีเมค ตีความ จนยำเละตุ้มเป๊ะไปนักต่อนักแล้ว และหากใครชอบหนังแนวโหด ดิบๆ ละก็ หนังเรื่องนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ขออย่างเดียว อย่าตั้งความหวังอะไรมากกับหนังเล็กๆ ทุนสร้างไม่สูงเรื่องนี้ แล้วคุณจะดูสนุกไปกับมัน (หาดูได้จากการโหลด หรือแผ่นลิขสิทธิ์)
———————————————————————————-

Funny Game เกม (ตาย) หฤหรรษ์
การพักร้อนเริ่มขึ้น แอน (นาโอมี วัตต์) จอร์ช (ทิม รอธ) และลูกชาย จอร์จี้ (เดวอน เกียรฮาร์ท) ทั้งหมดกำลังเดินทางไปบ้านพักตากอากาศ โดยจอร์ชวางแผนว่าจะเล่นกอล์ฟกับ เฟรด และ อีวา เพื่อนบ้านในเช้าวันต่อมา ในขณะที่สามีและลูกกำลังยุ่งอยู่กับการล่องเรือใหม่ และแอนทำอาหารเย็น โดยไม่ได้ตั้งตัว แอนเผชิญหน้ากับแขกของเพื่อนบ้าน เป็นชายหนุ่มสุภาพชื่อ ปีเตอร์ (แบรดดี้ คอรแบท) ที่เข้ามาเพื่อขอแบ่งไข่ เพราะไข่ทางฝั่งอีวาหมดแล้ว ในขณะที่แอนกำลังจะให้ไข่แก่ปีเตอร์ เธอก็เริ่มลังเลว่าเขาบุกเข้ามาในที่ของเธอได้อย่างไร ปีเตอร์พยายามอธิบายว่า ตรงรั้วมีช่องโหว่ซึ่ง เฟรดเป็นคนชี้ให้เขาเข้ามา เรื่องราวเริ่มดูไร้เหตุผล และเมื่อทั้งจอร์ชและจอร์จี้กลับมา พร้อมกับการมาของ พอล ((ไมเคิล พีท) เพื่อนอีกคนของปีเตอร์ ในไม่ช้าความรุนแรงก็เกิดขึ้นจนเกินเยียวยา
อีกหนึ่งหนังรีเมคจากต้นฉบับที่เป็นภาษาเยอรมันในปี 1998 โดยผู้กำกับไมเคิล เฮนเก้ ที่คราวนี้พี่แกจับเอามารีเมคเอง (ไม่ยอมให้คนอื่นเอาไปปู้ยี้ปู้ยำ…ว่างั้นเถอะ) โดยทำให้เป็นภาษาอังกฤษ จุดเด่นก็คือ การกำกับของเฮนเก้ ที่ปล่อยให้คนดูเอาใจช่วยให้ตัวละครหาทางออก ตามแบบขนบของหนังจากฮอลลีวูด ก่อนที่จะเริ่มทุบความหวังลมๆ แล้งๆ นั้นทิ้ง เพราะมันคือโลกแห่งความจริง ที่มีการตายเกิดขึ้นทุกๆ วัน เฮนเก้ไม่ปราณีปราศรัย หรือถนอมน้ำใจคนดู เพิ่มความกดดันมากขึ้นๆ จนกระทั่งระเบิดออกมา และที่ดูขบขันแกมเสียดสีก็คือ การให้ฉากที่ดูเหมือนทุกอย่างจะจบลงด้วยดี กลายเป็นการ์ตูนด้วยรีโมทเพียงอันเดียว (ชนิดที่ รีโมคของอดัม แซนเลอร์จาก คลิ๊ก กลายเป็นของเด็กเล่นไปในทันที) แต่ด้วยบทหนังและบทสนทนาที่น่าเบื่อ มีฉากชวนง่วงหลายตอน ทำให้หนังไม่สามารถจูงใจคนดู ยิ่งไม่มีฉากเลือดสาด ฉากเชือดกันจะๆ รวมถึงการที่หนังทำลายความหวังของคนดู ทำให้หนังอย่างเกมส์หฤหรรษ์ กลายเป็นยาขมหม้อใหญ่ทันที แต่หากใครอยากได้สิ่งที่แตกต่างจากหนังทางฝั่งฮอลลีวูดแล้วละก็ หนังเรื่องนี้ น่าสนใจและน่าหยิบจับมาเปิดดูที่บ้านให้สบายอุราเลยทีเดียวเชียว แต่คงต้องหาโหลดจากบิทนะครับ เพราะรู้สึกว่าไม่มีแผ่นลิขสิทธิ์ในบ้านเรา





ด้วยเกล้า (2530) เรื่องราวของ เสาคำ (จรัล มโนเพ็ชร) ชาวนาจากภาคเหนือชาวนา ที่ได้เมล็ดข้าวเปลือกจำนวนหนึ่งจากพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งทรงนำข้าวจากแปลงทดลองในพระราชวังมาหว่านในพระราชพิธี เมื่อกลับบ้าน แม่เลี้ยงบัวเรียน (นฤมล นิลวรรณ) ได้ขอแบ่งไปเมล็ดหนึ่งเพื่อนำไปบูชา ขณะที่ เสาคำ ใช้เมล็ดข้าวเปลือกที่เหลือเป็นเมล็ดพันธุ์
กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ (2537) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว… เด็กๆในหมู่บ้านแห่งหนึ่งได้หนีออกจากบ้าน และแอบเข้าไปเที่ยวเล่นในปราสาท ซึ่งมีแม่มดใจร้ายอยู่ เด็กๆถูกนางแม่มดใจร้ายสาปให้เป็นสัตว์ต่างๆ พอดีเจ้าชายเดินทางผ่านมา จึงใช้ดาบวิเศษช่วยเด็กๆ เหล่านั้น ให้พ้นคำสาปของแม่มด แม่มดได้เสกยักษ์ตาเดียวขึ้นมาจากหลุมตรงเข้าต่อสู้กับเจ้าชายอย่างดุเดือด” นี่เป็นเพียงนิทานที่ดำรง (สันติสุข พรหมศิริ) เล่าให้ลูกทั้งสามฟังเสมอ แต่ในชีวิตจริงเด็กทั้งสามได้พบเหตุการณ์ยิ่งกว่านิทาน เมื่อดำรงและภรรยา (จินตรา สุขพัฒน์) แยกทางกัน เพราะเธอคิดว่า ดำรงมีชู้ ทำให้ครอบครัวที่ดูมีความสุข ต้องพังทลายลงต่อหน้าต่อตาลูกทั้งสามคน จนทำให้ชีวิตของทั้งหมดต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลอย่างไม่มีวันเหมือนเดิม
ส.อ.ว. ห้อง 2 รุ่น 44 (2533) เรื่องราวของกลุ่มเด็กวัยรุ่นหญิงมัธยมที่สัญญากันไว้ว่า จะมาเจอกันทุกปี ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม ก่อนแยกย้ายไปตามทางของตนหลังจบการศึกษา ลำยง (จินตหรา สุขพัฒน์) ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยอย่างที่เธอตั้งความหวังไว้ และได้ทำงานด้านสื่อสารมวลชนอย่างที่เธอฝันไว้ ในขณะทีเพื่อนคนอื่นๆ ต้องเผชิญกับชะตากรรมในสังคมที่มองผู้หญิงคือเครื่องมือทางเพศ ทำให้ลำยงลุกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อสิทธิของผู้หญิงในสังคม แม้ว่าเธอจะต้องผิดใจกับเพื่อนรัก และเผชิญหน้ากับอิทธิพลมืดที่มีผู้ชายเป็นตัวการก็ตาม
หนังชุดบุญชู ผู้น่ารัก (2531-2552) บุญชู บ้านโข้ง (สันติสุข พรหมศิริ) เด็กหนุ่มจากสุพรรณ ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกับบัวลอยหลานสาวซึ่งเป็นลูกสาวของบุญช่วย พี่ชายของบุญชู เพื่อเรียนกวดวิชาก่อนที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยหวังจะเข้าคณะเกษตรที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บุญชูได้พบกับเพื่อนๆ (กลุ่มซูโม่) และโมรีสาวน้อยน่ารัก (จินตหรา สุขพัฒน์) ด้วยความเป็นคนที่มีอุปนิสัยแสนซื่อ ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ มากมาย และต่อเนื่องมาจนถึงรุ่นลูก


